หยุนเนี่ยนพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ
นางกำชับว่า “ข้าอยู่ในเรือนหลังหนึ่งของนครสัตว์ราชัน ซึ่งอยู่ใกล้จวนเจ้าเมืองที่สุด หากเจ้ามีธุระก็มาหาข้าที่นี่ได้”
ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องมีธุระแน่
คราวนี้การหมักชาดำสำเร็จเพราะความบังเอิญ เหลียวอันไม่ได้เชี่ยวชาญวิชานี้อย่างแท้จริง
แม้แต่อยากทำซ้ำก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สุดท้ายเขาคงต้องกลับมาหานางอีก
หยุนเนี่ยนจะตัดสินใจว่าจะถ่ายทอดทุกสิ่งให้อีกฝ่ายหรือไม่ โดยดูจากความภักดีของเขา
อำนาจตัดสินใจอยู่ในมือนางเสมอ นางประหนึ่งเทพผู้กำหนดความรุ่งเรืองและความเสื่อมถอย ชัยชนะและพ่ายแพ้
เหลียวอันสะดุ้งในใจ เขาพยักหน้าด้วยความตื่นตะลึง “ข้าจำไว้แล้ว! ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปส่งมอบใบชาที่นครสัตว์ราชันเดี๋ยวนี้!”
ที่แท้นางเป็นหญิงสาวของนครสัตว์ราชัน ทั้งยังอยู่ใกล้จวนเจ้าเมืองมาก นั่นหมายความว่านางเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์ที่อาศัยอยู่ในเมืองชั้นในไม่ใช่หรือ?
เขาข่มความคิดฟุ้งซ่านในใจ ก่อนเข็นรถลากมุ่งหน้าไปยังนครสัตว์ราชัน
ระหว่างที่หยุนเนี่ยนรอเหลียวอันคั่วชาดำ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง
หยุนเนี่ยนอาศัยเวลาที่เหลือเดินสำรวจบริเวณรอบป่า
นางพบว่าบริเวณคันดินริมแม่น้ำก็มีดินเหนียวอยู่เช่นกัน สามารถนำไปเผาเป็นเครื่องปั้นดินเผาได้
เฟิงหนิงมองตามสายตานางไปยังเนินดินริมแม่น้ำ
หูจิ้งจอกสีแดงเพลิงเรียวยาวบนศีรษะของเขากระดิกเล็กน้อย แววตาฉายความสงสัย
“นายหญิง เหตุใดจึงจ้องดินตรงนั้นอยู่ตลอด ที่นั่นมีอะไรหรือขอรับ?”
หยุนเนี่ยนคาดว่าเขาคงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ จึงไม่ได้อธิบายให้ลึกซึ้ง
“นี่เป็นวัตถุดิบสำหรับทำหม้อดินเผา หากมีดินเหนียวพวกนี้ ข้าก็ทำหม้อดินเผาที่ดีกว่าของพ่อค้าคนอื่นในนครสัตว์ราชันได้”
แม้เฟิงหนิงจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็รู้ว่านี่ต้องเป็นเรื่องดีแน่
“เช่นนั้นเราจะขนดินเหนียวพวกนี้กลับไปหรือไม่? อีกสามวันหน่วยเดินทางไกลก็จะเริ่มเรียกเกณฑ์คนเผ่าสัตว์แล้ว สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจได้หรือไม่?”
แววตาของเฟิงหนิงเผยความกังวลขึ้นมาหลายส่วน
“ไม่ต้องหรอก”
หยุนเนี่ยนยังไม่ได้คิดจะขนดินเหนียวพวกนี้กลับไปในตอนนี้
การเผาดินเหนียวต้องใช้เวลามาก เครื่องปั้นดินเผาไม่อาจทำเสร็จได้ในทันที
