โลกของหยุนเนี่ยนจมดิ่งสู่ความมืดมิดโกลาหลอย่างสมบูรณ์
ร่างกายของนางเบาหวิว ลอยขึ้นลงอยู่ในน้ำไม่หยุด ความรู้สึกนี้คล้ายกับได้กลับไปอยู่ในน้ำคร่ำของมารดา ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจอยู่ราง ๆ
กลับไปอยู่ในน้ำคร่ำงั้นหรือ นางตายแล้วหรือ?
เมื่อสติฟื้นคืนมาบ้าง ภายในทะเลจิตของนางก็ยังคงเป็นสีเทาหม่น
“หรือว่าข้าไร้เดียงสาเกินไป คิดว่าแค่จบปริญญาเอกทางการเกษตรแล้วจะใช้ชีวิตในโลกสัตว์อสูรได้อย่างราบรื่น”
“แต่ความจริงคือข้าไม่มีความสามารถรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติเลยสักนิด ต่อให้ไม่ใช่น้ำท่วม หากเป็นภัยหิมะเล่า……”
หยุนเนี่ยนจมอยู่ในความรู้สึกผิดและตำหนิตนเอง หากนางไม่ผ่อนคลายเร็วเกินไป ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปหรือไม่?
“ไม่ ทุกอย่างยังไม่จบ……ข้ายังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ ตามหาลูกน้อยกับคู่ของข้ากลับมาให้ได้”
เมื่อความคิดแจ่มชัด นางก็พลันลืมตาขึ้น
หยุนเนี่ยนยันกายลุกขึ้น พบว่าตนมาอยู่บนผืนดินชื้นแฉะที่ปกคลุมด้วยมอสเขียวตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
อากาศโดยรอบมีความชื้นสูงมาก เรียกได้ว่าถูกปกคลุมด้วยหมอกเมฆ
“ที่นี่ดูไม่เหมือนป่าชางมางเลย สภาพภูมิประเทศต่างกันโดยสิ้นเชิง”
หยุนเนี่ยนเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าน้ำตกขนาดใหญ่ตระการตาอยู่ข้างกาย สายน้ำไหลไม่ขาดสาย กระหน่ำลงบนผนังหินจนเกิดละอองน้ำสีขาวเป็นระลอก
หยุนเนี่ยนกำลังสับสนอยู่เล็กน้อย พลันได้ยินเสียงเด็กหนุ่มร้องตะโกนขึ้นว่า
“ทุกคนรีบมาดูเร็ว ที่นี่มีสัตว์อสูรแห่งพื้นพิภพหมดสติอยู่คนหนึ่ง!”
สิ้นเสียงของเขา ฝูงคนประหลาดที่มีปีกงอกอยู่บนร่างก็พากันล้อมหยุนเนี่ยนไว้เป็นวง
หยุนเนี่ยน: ……
คนเผ่านกที่เป็นหัวหน้าก้มศีรษะเอียงคอมองนาง
