มหกรรมวุ่นวายจบลง หยุนเนี่ยนกับไป๋ซีก็กลับไปยังบ้านไผ่อีกครั้ง
เพียงแต่หลังจากเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับมั่วหลิงก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย ไม่ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้าแล้ว
เรื่องนี้เพียงพอจะพิสูจน์ได้ว่าในใจเขายังมีมโนธรรมหลงเหลืออยู่
แม้จะยังไม่มากพอให้หยุนเนี่ยนอภัยให้มั่วหลิง แต่ก็ทำให้นางควรกลับมาพิจารณาความสัมพันธ์นี้ใหม่อีกครั้ง
ความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมที่นางได้รับสืบทอดมานั้นขาดเป็นช่วง ๆ บางส่วนถึงกับเหลือเพียงภาพ ไม่มีเสียง
อาศัยเพียงสิ่งเหล่านี้ นางไม่อาจสืบย้อนหาความจริงในตอนนั้นได้
หยุนเนี่ยนทำได้เพียงคาดเดาว่าทุกอย่างเกี่ยวข้องกับหลีเหยาเหยา ส่วนเจ้าของร่างเดิมคงถูกดึงเข้าไปพัวพันโดยไม่ตั้งใจ
หากจะพูดกันตามตรง เจ้าของร่างเดิมกับมั่วหลิงต่างก็ถูกบังคับให้ผูกมัดกัน ทั้งคู่ล้วนเป็นผู้เสียหายในความสัมพันธ์นี้
แต่ตัวการที่แท้จริงเบื้องหลังกลับหลบซ่อนตัวได้อย่างสบายใจ
เหตุผลหนึ่งที่มั่วหลิงเกลียดเจ้าของร่างเดิมก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพราะถูกบังคับให้ผูกคำสาบานคู่
ต่อมาก็ยังมีปัญหาเรื่องลูกน้อยที่มีสีขนต่างกัน ซึ่งยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก
“หากมิได้เริ่มต้นด้วยความดี จะลงเอยด้วยดีได้อย่างไร”
หยุนเนี่ยนถอนหายใจเบา ๆ
ความสัมพันธ์นี้ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งเหยิง หากยังพันพัวกันต่อไป ทั้งสองฝ่ายก็จะยิ่งเหนื่อยล้า
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สู้ตัดขาดกันให้เด็ดขาดเสียยังดีกว่า
หยุนเนี่ยนมองไป๋ซี “ไป๋ซี เจ้ารู้วิธีถอนคำสาบานคู่หรือไม่”
ร่างของไป๋ซีพลันแข็งทื่อ ราวกับได้รับแรงกระแทกอย่างหนัก
สีหน้าของเขาเลือนหายไปจนหมด ฝีเท้าหนักอึ้ง ค่อย ๆ ก้าวมาหาหยุนเนี่ยนทีละก้าว
หยุนเนี่ยนงุนงงไปหมด แต่ไป๋ซีกลับคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้านาง แล้ววางศีรษะบนตักนาง ก่อนจะร้องไห้เสียงอู้อี้
