หยุนเนี่ยนกับไป๋ซีบรรจุหม้อดินเผาลงตะกร้า ไป๋ซีสะพายตะกร้าขึ้นหลัง แล้วทั้งสองก็เตรียมตัวไปร่วมงานชุมนุมใกล้ ๆ
เดินทางกันมาเกือบครึ่งวัน ทั้งสองก็มาถึงเนินเขาลาดชันแห่งหนึ่ง รอบด้านมีทุ่งหญ้าขึ้นหนาแน่น ไม่มีต้นไม้สูงใหญ่ดาษดื่นเหมือนในป่าก่อนหน้านี้แล้ว
ยิ่งต้นไม้เติบโตสูงเท่าใด ก็ยิ่งบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้หญ้าใต้เท้าไม่ได้รับแสงแดด ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของหญ้า
หยุนเนี่ยนมองจากเนินเขาเล็ก ๆ ก็พอเห็นร่างเลือนรางของเหล่าสัตว์อสูรที่กำลังตั้งแผงขายของ ส่วนใหญ่มีเขาแพะงอกเด่นชัดอยู่บนศีรษะ
พวกเขาเป็นสัตว์อสูรเผ่าแพะที่อาศัยอยู่แถบนี้ บ้างยกโต๊ะไม้มาตั้ง บ้างปูใบกล้วยขนาดใหญ่ลงบนพื้น แล้ววางสิ่งของที่ต้องการแลกเปลี่ยนไว้บนนั้น
นางกวาดตามองสิ่งของบนแผงใกล้ ๆ คร่าว ๆ ส่วนใหญ่เป็นขนแกะ เชือกฟางที่ถักด้วยมือ ผลึกเกลือ และของทำนองนั้น
ตอนนี้ยังไม่มีสิ่งใดที่นางสนใจเป็นพิเศษ
หยุนเนี่ยนกวาดตามองหาทำเลที่เหมาะจะตั้งแผง ก่อนเอ่ยกับไป๋ซีว่า
“พวกเราหาที่ตั้งแผงของตัวเองก่อนเถอะ พอขายของหมดแล้วค่อยไปเดินดูแผงอื่น”
ไป๋ซีพยักหน้า
ไม่นานเขาก็หาทำเลใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง แม้จะไม่สะดุดตานัก จนอาจทำให้ค้าขายไม่ค่อยดี
แต่ต่อให้ขายหม้อดินเผาได้น้อยลง เขาก็ไม่อยากให้หยุนเนี่ยนถูกแดดเผาจนผิวไหม้
ไป๋ซีทำตามเหล่าสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ เด็ดใบกล้วยขนาดใหญ่มากว่าสิบใบ เก็บก้อนหินเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านล่างออก แล้วปูใบกล้วยให้ทั่วบริเวณอย่างประณีต
จัดการเสร็จแล้ว เขายังปูหนังสัตว์หนา ๆ ไว้ตรงที่หยุนเนี่ยนจะนั่งอีกด้วย
