“เห็นข้าต้องแย่งน้ำแกงกินอย่างทุลักทุเลตอนเที่ยงแล้ว ในใจเจ้าคงสะใจมากสินะ? พวกเราก็เป็นหญิงสาวเหมือนกันแท้ ๆ”
อาตั่วจ้องนางด้วยสายตาเคียดแค้น
“อย่างน้อยเจ้าก็น่าจะให้เขาเหลือน้ำแกงเนื้อไว้ให้ข้าสักชามสิ! พวกเราก็เป็นหญิงสาวเหมือนกัน เจ้าไม่คิดจะช่วยข้าบ้างหรือ?”
“หา?”
หยุนเนี่ยนถึงกับอึ้ง คนผู้นี้จินตนาการไปไกลได้ถึงเพียงไหนกัน?
ทว่าในหัวอันน้อยนิดของอาตั่ว คงคิดได้แค่ว่านางไม่ต้องทำงานเพราะตั้งท้องเท่านั้น
ลูกในท้องนางก็ไม่ใช่ลูกของไท่สือ แล้วอีกฝ่ายจะดูแลนางเป็นพิเศษเพียงเพราะนางตั้งท้องได้อย่างไร?
อีกฝ่ายแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรตั้งแต่แรก แล้วจะพูดเรื่องหญิงสาวช่วยเหลือกันไปทำไม เพียงเพราะเป็นเพศเดียวกัน นางก็เป็นหนี้บุญคุณอีกฝ่ายหรือ?
“อย่าพูดเหลวไหล เมื่อก่อนข้าเป็นหมอผีประจำเผ่า ไม่ได้อาศัยการตั้งท้องเพื่อหลีกเลี่ยงงานเสียหน่อย”
สีหน้าของหยุนเนี่ยนพลันเย็นชา
แววตาของเฟิงหนิงก็ฉายความเป็นปฏิปักษ์ขึ้นมาหลายส่วน
“หญิงสาวเช่นเจ้าเหตุใดจึงหาเรื่องไม่เลิกรา? นายหญิงของข้าได้รับการดูแลเป็นพิเศษเพราะเป็นหมอผีประจำเผ่าต่างหาก นางรักษาไท่สือจนหายดี!”
เห็นได้ชัดว่าอาตั่วไม่เชื่อแม้แต่น้อย แววเยาะเย้ยในดวงตายิ่งเข้มข้นขึ้น
“รักษาหายแล้วหรือ? ใครเห็นกันว่าหายแล้ว? เจ้าเป็นทาสสัตว์ของนาง ย่อมต้องพูดเข้าข้างนางอยู่แล้ว!”
“ถ้าหยุนเนี่ยนเป็นหมอผีประจำเผ่าจริง เหตุใดข้างกายนางถึงไม่มีสามีสัตว์สักคน จนต้องซื้อเจ้า ทาสสัตว์นี่มาประดับบารมี?”
เฟิงหนิงไม่รู้เรื่องในอดีตของหยุนเนี่ยน และไม่เข้าใจว่าเหตุใดสามีสัตว์ของนางจึงไม่อยู่ข้างกาย เขามองหยุนเนี่ยนอย่างเป็นห่วง
“นายหญิง...”
เสียงถามไถ่อันอ่อนโยนของเฟิงหนิงกลับถูกอาตั่วมองว่าเป็นท่าทีมีพิรุธ
อาตั่วจึงยิ่งรู้สึกว่าตนมีเหตุผล นางจ้องท้องที่กำลังตั้งครรภ์ของหยุนเนี่ยน แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
“เจ้าคิดว่าตัวเองตั้งท้องได้แล้วเก่งกาจนักหรือ?”
เหตุใดนางจึงได้แต่ตั้งท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนคลอดลูกที่ตายแล้วออกมา? เหตุใดหยุนเนี่ยนกลับใช้เรื่องนี้เพื่อรับสิทธิพิเศษได้?
หยุนเนี่ยนยักไหล่อย่างไร้เดียงสา “ข้าไม่ได้คิดว่าเก่งกาจอะไรนี่”
