หลังอวี่ฉางเดินจากไปไกล ประมุขเผ่านกภูเขาก็ได้ยินเรื่องการเดิมพันเช่นกัน
เมื่ออู๋ซัวมาหาหยุนเนี่ยน อสูรชายร่างกำยำก็มีสีหน้าร้อนใจอย่างยิ่ง
“เหตุใดเจ้าถึงไปเดิมพันกับหญิงศักดิ์สิทธิ์ได้? เจ้าไม่รู้หรือว่าพลังพิเศษของนางเป็นสายเยียวยา?”
หยุนเนี่ยนได้แต่ถอนใจอย่างจนปัญญา
“ข้ารู้ว่านางเป็นสายเยียวยา แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือก นางบอกว่าหากข้าไม่ประลองกับนาง ก็จะขับไล่ข้าออกจากเกาะลอยหมอกทันที”
เขาว่ากันว่า ยามทุกข์ยากย่อมเห็นน้ำใจแท้จริง
อีกฝ่ายร้อนใจแทนนาง แสดงว่าเห็นนางเป็นสหายอย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้นางรักษาคนเผ่านกภูเขา ทั้งยังสอนพวกเขาปลูกมันฝรั่ง สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สูญเปล่าเลย
สีหน้าอู๋ซัวเคร่งขรึมยิ่งขึ้น
“ถ้าผลการเดิมพันออกมาแล้ว เจ้าคิดจะทำอย่างไร? หากถูกขับไล่ออกไปจริง ๆ แต่เจ้าไม่มีปีก แล้วจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร?”
“ให้ข้าแอบให้คนในเผ่าส่งเจ้าออกไปดีหรือไม่?”
อู๋ซัวคล้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะฝืนยิ้มขมขื่น
“อย่างน้อยเจ้าเด็กเฟิงฉู่คงเต็มใจไปกับเจ้าแน่ หากพวกเจ้าไปแล้วก็อย่ากลับมาอีก”
หยุนเนี่ยนรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่จะทำเช่นนั้นไม่ได้ นางเห็นแก่ตัวถึงเพียงนั้นไม่ได้
“หากข้าไป แล้วพวกเจ้าจะทำอย่างไร? จะปล่อยให้อวี่ฉางพาลโกรธพวกเจ้าหรือ?”
อู๋ซัวชะงักไปทั้งร่างเมื่อได้ยิน เขานิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา คล้ายคิดจะยอมรับผลลัพธ์นี้อย่างเงียบงัน
“ถึงอย่างไรทรัพยากรของเผ่านกภูเขาก็มีไม่มากอยู่แล้ว ต่อให้นางเพ่งเล็งพวกเราอีก จะทำอะไรได้มากกว่านี้?”
หยุนเนี่ยนส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยนัก
“แม้ตอนนี้ทรัพยากรจะขาดแคลน แต่หากนางคิดกลั่นแกล้งพวกเจ้าหนักขึ้น สถานการณ์ของพวกเจ้าก็มีแต่จะแย่ลง”
“วันนี้เจ้ามา ข้าก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว”
