“ขอโทษนะ หากเจ็บมากจริง ๆ เจ้าจะร้องไห้ออกมาก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก...”
เมื่อมองเงือกผมดำผู้มีใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวซึ่งพิงอยู่ในอ้อมแขน หยุนเนี่ยนก็เริ่มเสียใจขึ้นมา
“ขอโทษ ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าจะพาเจ้ามายังสถานที่เช่นนครราชันทราย...”
ทีแรกนางเพียงคิดว่า หากอู๋หมิงอยู่ในทะเลคงถูกหวยซีรังแก
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ถูกกลั่นแกล้งก็ยังดีกว่าต้องเสียชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น เขาอาจขาดน้ำจนตายบนบกในฐานะเงือก ต้องพรากจากบ้านเกิดไปตลอดกาล
เป็นนางต่างหากที่มั่นใจในตนเองเกินไป ไร้เดียงสาคิดว่าตนสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของผู้อื่น ช่วยให้พวกเขาทนทุกข์น้อยลงได้
แต่ความจริง แม้แต่ตัวนางเองยังควบคุมชะตาไม่ได้ แล้วเหตุใดจึงเอาแต่คิดช่วยคนอื่นอยู่เรื่อย...
ตัวผู้เผ่านางเงือกผมดำอดทนต่อความเจ็บปวดจากผิวหนังที่แตกร้าว เขาคว้ามือหยุนเนี่ยนไว้ ทว่ากลับไม่กล้าออกแรงแม้แต่น้อย เพราะกลัวบีบมือนางจนเจ็บ
อู๋หมิงส่ายหน้า คิดว่านางไม่จำเป็นต้องขอโทษเขา
บางทีอาจเป็นเพราะเขาเกิดมาไร้โชคชะตาหนุนนำ จึงกลายเป็นภาระของนางเสียมากกว่า...
หากหยุนเนี่ยนไม่ได้ใจดีพาเขามาด้วย บางทีนางคงไม่ต้องมาถึงนครราชันทราย
เขาไม่คิดว่านี่เป็นความผิดของหยุนเนี่ยน
ต่อให้หนีออกจากทะเลทรายแห่งนี้ไม่ได้จริง ๆ เขาก็จะโทษเพียงว่าตนโชคร้าย
อู๋หมิงเพียงยินดีที่ตนมีพลังฟื้นฟูแข็งแกร่ง อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ตาย และยังอยู่เป็นเพื่อนนางได้อีกสักพัก
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดผิวหนังที่แตกร้าวของเขาก็หยุดลง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูด้วยพลังเยียวยาอันแข็งแกร่ง
ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
หยุนเนี่ยนรู้ดีว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงชั่วคราว...
ไม่แน่ว่าเมื่อใดเขาอาจต้องเจ็บปวดขึ้นมาอีก
หยุนเนี่ยนผล็อยหลับไปท่ามกลางความไม่สบายใจ พลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้ง
ในห้วงฝันเลือนราง นางคล้ายได้ยินเสียงคลื่นทะเล และเสียงนกนางนวลร้องขณะโผบิน
ผืนน้ำทะเลสีครามมอบความรู้สึกเป็นอิสระและผ่อนคลายให้แก่นาง ห่างไกลจากทะเลทรายสีเหลืองที่แทบจะกลืนกินผู้คน
ร่างสูงใหญ่สีเงินปนน้ำเงินค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ใบหน้าเลือนรางหล่อเหลาของเงือกตัวผู้ผมสีเงินปนน้ำเงินก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในยามนี้
