“จริงสิ เจ้าหนูน้อย เจ้าเป็นลูกของชาวนครราชันทรายหรือเปล่า? ปล่อยให้อยู่ในทะเลทรายตามลำพังคงไม่ดีแน่”
“หากเจ้าเป็นลูกของชาวนครราชันทรายจริง ๆ เดี๋ยวก็กลับไปพร้อมพวกเราได้ อย่าได้พลัดหลงเชียว”
หยุนเนี่ยนย่อตัวลง กล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ผู้สูงวัยในบ้านของตนก็จงดูแลผู้สูงวัยของผู้อื่น เด็กในบ้านของตนก็จงดูแลเด็กของผู้อื่นด้วยเช่นกัน
หยุนเนี่ยนเองก็มีลูกน้อยวัยนี้ นางหวังว่าเมื่อชาวเผ่าอสูรคนอื่นพบลูกของตนข้างนอก พวกเขาจะเมตตาดูแลลูกของนางบ้าง
ในที่ที่ไร้บิดามารดาคอยปกป้อง เด็กเล็กย่อมต้องแบกรับความมุ่งร้ายของผู้ใหญ่รอบด้านเพียงลำพัง
มโนธรรมและความเมตตามักเป็นสิ่งที่หาได้ยาก นางจึงยินดีเลือกเดินบนหนทางแห่งความดี
เด็กชายผมสีเขียวเข้มไม่เอ่ยปาก เพียงพยักหน้าเงียบ ๆ เป็นการยอมรับว่าจะกลับนครราชันทรายไปพร้อมพวกนาง
หยุนเนี่ยนเหลือบมองเขา
ดูท่าบ้านของเขาคงอยู่ที่นั่นจริง ๆ
พวกนางลากศพชาวเผ่าอสูรไปด้วย ส่วนเด็กชายผมสั้นสีเขียวเข้มก็เดินตามหลังมาอย่างไม่รีบร้อน
หยุนเนี่ยนใช้เวลาที่เหลือออกตามหาแหล่งน้ำ ทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ จะหาแหล่งน้ำได้ง่ายดายเสียที่ไหน?
พวกนางวุ่นวายกันตลอดช่วงเช้า ทว่าจวบจนบ่ายก็ยังไม่พบสิ่งใด
ศพทั้งสามกำลังจะส่งกลิ่นเหม็นแล้ว
ตะวันลับฟ้า หยุนเนี่ยนรู้สึกลังเลใจอย่างยิ่ง
ตอนนี้กลับไปก่อนดีหรือไม่? แต่ร่างกายของอู๋หมิงทำให้นางวางใจไม่ลง
อู๋หมิงราวกับอ่านใจนางออก เขาโบกมือส่งสัญญาณว่าไม่เป็นไร
หยุนเนี่ยนถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ช่างเถิด วันนี้กลับไปก่อนแล้วกัน...”
คนทั้งกลุ่มจึงมุ่งหน้าไปยังนครราชันทราย
หน้าประตูนครราชันทรายมีชาวเผ่าอสูรรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย บางคนโชคดีล่าสัตว์หนอนทรายขั้นสามมาได้ พอจะใช้ส่งงานได้อย่างฉิวเฉียด ส่วนบางคนโชคไม่ดีนัก จับได้เพียงเหยื่อตัวเล็ก ๆ
ชาวเผ่าอสูรที่ไม่ได้อะไรกลับมานั่งก้มหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“วันนี้ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าคราวนี้จะโดนลงโทษอย่างไร...”
ซาเซียวประจำการอยู่หน้าประตูนครราชันทรายตามปกติ เขาคร้านจะชายตามองตัวผู้ไร้ประโยชน์ที่ทำตัวเหลวไหลเช่นนี้
เจ้านี่ขยันสู้หญิงสาวที่มารักษาลิ้นให้พี่ชายของเขาเมื่อวานไม่ได้เสียอีก!
