ตรงหัวมุมถนน เสียงตวาดหยาบคายพลันทำลายความเงียบสงัดยามราตรี
ทหารสวมเกราะกลุ่มหนึ่งรายล้อมชายในชุดคลุมผ้าไหมหรูหรา เขาสวมแหวนประดับอัญมณีหลายวงบนมือ กำลังกระชากทาสสาวร่างผอมแห้งให้เดินไปข้างหน้า รอบคอของนางมีปลอกคอเหล็กหยาบคล้องอยู่ ฝีเท้าซวนเซ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ชายผู้นั้นใช้แส้ม้าฟาดพื้นเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรอบข้างต่างก้มหน้าหลีกทาง แม้โกรธแค้นก็ไม่กล้าปริปาก
หางตาของชายชุดคลุมผ้าไหมเหลือบเห็นมาร์ตินกับพวก โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นตราหมีใหญ่แห่งทุ่งน้ำแข็งบนเกราะของเหล่าอัศวิน
เขาชะงักไปก่อน จากนั้นความโอหังบนใบหน้าก็หายวับ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบสอพลอ แล้วรีบวิ่งเข้ามาหามาร์ตินกับเหล่าอัศวิน พลางประสานมือคำนับ
“โอ้ ท่านเป็นคนของแกรนด์ดยุกหรือขอรับ? ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ! ข้าน้อยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาการณ์แห่งเมืองไอกา ไม่ทราบว่าท่านจะมาเยือน จึงมิได้ออกมาต้อนรับ ขออภัยด้วย ขออภัยด้วย”
เขากวาดตามองมาร์ติน บารอน และไซรัส เมื่อเห็นมาร์ตินมีท่วงท่าสุขุม ทั้งยังมีบุคคลผู้สง่างามสองคนติดตามมาด้วย ก็เดาว่าอีกฝ่ายต้องเป็นผู้มีฐานะสูงส่ง ท่าทีจึงนอบน้อมยิ่งขึ้น
มาร์ตินยังไม่ทันเอ่ยปาก ไซรัสก็พลันก้าวออกมาหนึ่งก้าวแล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ที่นี่มีผลึกเวทมนตร์ไหม?”
สิ้นคำถามนี้ ไม่เพียงมาร์ตินจะชะงักเล็กน้อย แม้แต่เหล่าอัศวินที่แกรนด์ดยุกส่งมาก็ยังนิ่งงัน
จอมเวทผู้นี้คิดจะอาศัยชื่อของแกรนด์ดยุกรีดไถเงินกันตรง ๆ หรือ?
ชายชุดคลุมผ้าไหมเองก็มึนงงไปเช่นกัน เขานิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะได้สติ แล้วรีบพยักหน้าหงึกหงัก
“มีขอรับ มี ในคลังของข้าน้อยยังมีผลึกเวทมนตร์ชั้นต่ำอยู่บ้าง แม้จะไม่มาก แต่ล้วนเป็นของชั้นดี ข้าน้อยจะรีบให้คนนำมามอบแก่ท่านเดี๋ยวนี้”
