เคลลูบคาง ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะแผ่วเบา ก่อนเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “เรื่องนี้ต้องทำอย่างลับ ๆ ถ้าส่งคนไปสืบตรง ๆ เป้าหมายจะเด่นชัดเกินไป ไม่แน่ว่าพวกสายลับจากเมืองหลวงหรือฝั่งแกรนด์ดยุกกำลังจับตาพวกเราอยู่”
เขาเงยหน้ามองมาร์ติน แววตาฉายประกายเจ้าแผนการ
“ผมว่าอ้างชื่อกองคาราวานของสมาคมพ่อค้าทางใต้ดีกว่า พวกเราเพิ่งติดต่อกับพวกเขาได้พอดี ทำแบบนี้ก็สมเหตุสมผล”
“กองคาราวานหรือ?” มาร์ตินเลิกคิ้ว
“อืม” เคลชี้ปลายนิ้วลงบนสัญลักษณ์เส้นทางของกองคาราวานบนแผนที่
“กองคาราวานเดินทางไปทั่วทิศ ได้พบผู้คนมากมาย การสืบข่าวก็เป็นเรื่องธรรมดา ต่อให้ตามหาคน ‘พิเศษ’ ก็ไม่ชวนให้ใครสงสัย”
“ท่านอาสี่กับท่านอาห้าฝึกฝนอยู่ในกองอัศวินมาหลายปี ทั้งรอบคอบและไว้ใจได้ ให้พวกเขาปะปนไปกับกองคาราวานเพื่อช่วยสอดส่องหาคน เหมาะที่สุดแล้ว”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “จริงสิ ให้ท่านบารอนช่วยจับตาด้วย เมื่อก่อนท่านเดินทางไปหลายแห่ง ในบรรดาคนรู้จักก็น่าจะมีคนที่พลังถดถอยอยู่บ้าง อีกอย่าง คนที่ท่านยอมรับได้ ย่อมมีฝีมือไม่ธรรมดา”
มาร์ตินตาเป็นประกาย เขาตบมือเบา ๆ “แผนนี้เยี่ยมเลย กองคาราวานออกตามหาอย่างเปิดเผย ส่วนท่านบารอนช่วยสืบหาอย่างลับ ๆ ทำสองทางพร้อมกัน”
“แต่...” น้ำเสียงของเคลเคร่งขรึมลง ปลายนิ้วเคาะโต๊ะหนัก ๆ
“อย่าโลภมาก หาแค่คนที่ไว้ใจได้สักหนึ่งหรือสองคนก็พอ ถ้าจู่ ๆ มีกำลังรบระดับสูงโผล่มาเป็นพรวน แทนที่จะช่วยเสริมกำลัง ก็ไม่ต่างจากการชูธงประกาศให้คนอื่นรู้ว่าพวกเรามีวิธีช่วยฟื้นฟูพลัง ถึงตอนนั้นถ้าถูกคนรุมเล่นงานคงยุ่งแน่”
มาร์ตินกลับส่ายหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงเลศนัย
“วางใจเถอะ ต่อให้หาเจอ ก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาอยู่ในเขตซิลเวอร์สไปค์ หลังฟื้นฟูแล้วก็ให้ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกต่อไป ช่วยผมสอดส่องหาคนแบบเดียวกันเพิ่ม แบบนั้นไม่ดีกว่าหรือ?”
