ประตูไม้ของโรงเตี๊ยม “กุหลาบกับมังกรทอง” ถูกผลักเปิดอย่างแรง ลมหนาวหอบเกล็ดหิมะกรูเข้ามา พัดเปลวเทียนที่ไหวระริกอยู่ตรงมุมห้องจนแทบดับ
เงาร่างสามร่างในชุดเกราะสีทองก้าวเข้ามา รองเท้าหุ้มเกราะโลหะกระทบพื้นหินดังตึง ๆ เป็นจังหวะหนักแน่นชวนให้รู้สึกกดดัน
ผู้ที่เดินนำเป็นสาวเผ่าครึ่งมนุษย์รูปร่างปราดเปรียว มีหูสุนัขสีน้ำตาลขนฟูคู่หนึ่งตั้งอยู่บนศีรษะ
หูของเธอขยับไหวตามการเคลื่อนไหวเล็กน้อย แขนท่อนล่างที่เผยออกมาจากช่องว่างของเกราะทองมีเส้นสายงดงามเปี่ยมพละกำลัง ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวกวาดมองทุกมุมของโรงเตี๊ยม ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายดิบเถื่อนที่ยังไม่ถูกขัดเกลา
ข้างกายเธอคือชายครึ่งเอลฟ์รูปงาม ผมยาวสีเงินหม่นรวบไว้ด้านหลัง ปลายนิ้วลูบไล้พลอยบนด้ามกระบี่อย่างเลื่อนลอย
อีกด้านหนึ่งเป็นอัศวินมนุษย์ใบหน้าเคร่งขรึม เกราะเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เห็นได้ชัดว่าผ่านสมรภูมิมาโชกโชน
ทันทีที่ทั้งสามก้าวเข้ามา โรงเตี๊ยมที่เคยอึกทึกก็เงียบกริบ แม้แต่ทหารรับจ้างที่คอแข็งที่สุดยังเผลอลดแก้วเหล้าลง
เจ้าของร้านที่อยู่หลังเคาน์เตอร์เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกมา ใบหน้าประดับรอยยิ้มระแวดระวัง
อัศวินระดับทองเป็นตัวตนราวตำนานทั่วเขตซิลเวอร์สไปค์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมาพร้อมกันถึงสามคน หากทำให้พวกเขาขุ่นเคือง ร้านเล็ก ๆ ของเขาคงกลายเป็นผุยผงในพริบตา
ต้องรู้ไว้ว่าเขตซิลเวอร์สไปค์ไม่มีแม้แต่ผู้มีกำลังรบระดับทองสักคน หากเกิดเหตุมีคนตายขึ้นมา ทั้งสามก็แค่ปัดฝุ่นแล้วจากไป ไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้
