บารอนยืนอยู่ตรงมุมห้อง นิ่งราวกับรูปสลักหินไร้ความรู้สึก เปลือกตาไม่ขยับแม้แต่น้อย ประหนึ่งเจ้าหญิงน้อยตรงหน้าเป็นเพียงสายลมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา
เหล่าขุนนางในกระโจมต่างกลั้นหายใจ เจ้าหญิงน้อยคงต้องพบกับความผิดหวังเสียแล้ว
แต่บาร์บารากลับไม่ใส่ใจความเย็นชาของเขาแม้แต่น้อย ซ้ำยังยิ่งสนใจขึ้นมาอีก นางกระโดดลงจากเบาะนุ่ม ยกชายกระโปรงวิ่งไปหาบารอน แล้วเงยหน้าขึ้นมองสำรวจ
“กระบี่ของท่านอยู่ที่ไหนหรือคะ? ใช่เล่มที่มีตำนานเล่าขานกันว่า ‘ผ่าภูผา’ หรือเปล่า? ขอฉันจับดูได้ไหม?”
แกรนด์ดยุกมงแคลร์กระแอมเบา ๆ “องค์หญิงบาร์บารา...”
บาร์บาราแลบลิ้นใส่ แต่ไม่ได้ถอยกลับ ยังคงเบิกตากลมโตมองบารอนอยู่เช่นเดิม
มาร์ตินมองภาพตรงหน้า พลางคิดในใจว่า ดูท่าราชวงศ์เองก็อยากเข้าหาบารอนเช่นกัน
ในจังหวะนั้นเอง บารอนก็มีปฏิกิริยาในที่สุด
เขาค่อย ๆ ก้มหน้าลง สายตาหยุดอยู่บนตัวบาร์บารา น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจหินโม่ “องค์หญิง ดาบกระบี่ไร้ตา”
เพียงหกคำสั้น ๆ ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ทว่ากลับทำให้บาร์บาราเลิกเล่นซนในทันที นางถอยกลับไปยืนที่เดิมอย่างว่าง่าย ทว่าประกายในดวงตายังคงแฝงแววขบขัน
แกรนด์ดยุกมงแคลร์จึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมา หวั่นใจว่าอันดอร์จะฟันองค์หญิงเสียแล้ว
องค์หญิงแห่งราชวงศ์จะตายก็ช่างเถิด แต่หากการตายของนางส่งผลกระทบต่อแผนการของเขา เช่นนั้นก็ไม่คุ้มกันเลย
ส่วนมาร์ตินกวาดตามองสลับไปมาระหว่างแกรนด์ดยุกกับองค์หญิง เขาเข้าใจดีอยู่แก่ใจ
