เมื่อเห็นปากอุโมงค์ที่จู่ ๆ ก็ลึกจนมองไม่เห็นก้น ราวกับกลืนกินทุกสิ่งได้ หลู่จิ้งหมิงก็เหยียบคันเร่งพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล
ภาพตรงหน้ากลายเป็นแสงเงาสับสนพร่าเลือน คล้ายจอซ่าของโทรทัศน์คุณภาพต่ำ ข้างหูยังมีเสียงกระแสไฟฟ้าซ่า ๆ ชวนให้เสียวฟันดังแทรกอยู่
หลู่จิ้งหมิงกัดฟันแน่น หลับตาปี๋ มือทั้งสองประหนึ่งเชื่อมติดกับพวงมาลัย ปล่อยให้รถพุ่งทะยานไปยังความมืดมิดไร้สิ้นสุด
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ความรู้สึกกระแทกหนักอึ้งพลันส่งมาจากใต้ก้น ตามด้วยไอเย็นยะเยือกที่พัดปะทะใบหน้า เสียงรบกวนอันชวนคลุ้มคลั่งและภาพพร่าเลือนเหล่านั้นพลันถอยหายไปดั่งคลื่นน้ำ
หลู่จิ้งหมิงลืมตาพรวด หอบหายใจเฮือกใหญ่ แม้จะเป็นการข้ามเวลาครั้งที่สอง แต่เหงื่อเย็นก็ยังชุ่มเสื้อชั้นใน ยามนี้เมื่อลมหนาวพัดผ่าน เขาก็สั่นสะท้านขึ้นมา
เขาพบว่าตนกำลังนั่งกึ่งนอนในท่าทางพิลึกพิลั่น ใต้ร่างคือหิมะที่ทับถมหนา
กวาดตามองรอบกาย สุดสายตาล้วนเป็นเนินเขาเตี้ยและพื้นที่รกร้างที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ลมหนาวพัดเฉือนผิวดั่งคมมีด หอบเกล็ดหิมะบนพื้นให้ปลิวว่อน
“สำ...สำเร็จแล้วหรือ?”
ความปีติยินดีที่ยากจะสะกดกลั้นปะปนกับความหวาดหวั่นเอ่อล้นขึ้นในใจ “ฉัน...หูฮั่นซานกลับมาแล้ว!”
เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ครั้นนี้จึงสังเกตเห็นว่าบนหลังยังสะพายกระเป๋าเป้ที่ทำจากวัสดุอะไรก็ไม่รู้ใบนั้นอยู่
เพียงนึกในใจ “เก็บ!”
กระเป๋าเป้พลันหายไปจากแผ่นหลัง
แทบจะในเวลาเดียวกัน เขา “มองเห็น” พื้นที่ทรงลูกบาศก์ขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตรปรากฏขึ้นในห้วงสมอง
ภายในอัดแน่นไปด้วยเสบียงที่เขาจัดเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันก่อนออกเดินทาง ทั้งอาหารที่บรรจุในกระสอบ น้ำมันและเกลือในไหดินเผา เครื่องมือเหล็ก ของประดิษฐ์จากแก้วแวววาว ตลอดจนดาบหลายเล่มที่ห่อด้วยผ้าหนา...ข้าวของทุกชิ้นถูกแยกประเภทและจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ มองเห็นได้ชัดทุกรายละเอียด
