เนิ่นนาน…
ผางเต๋อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่ “ท่อนเหล็ก” ประหลาดในมือหลู่จิ้งหมิง ซึ่งบัดนี้ลดลงแล้ว ทว่ายังคงแผ่แรงกดดันไร้รูปร่างออกมา
เพียงสิ่งนี้ก็สังหารคนได้หลายคนในชั่วพริบตา ทั้งยังเปลี่ยนเส้นทางชะตาชีวิตของเขาไปด้วย
จากนั้นเขาก็มองดวงตาลุ่มลึกสงบนิ่งของหลู่จิ้งหมิง ซึ่งประหนึ่งซุกซ่อนพลังอันไร้ขอบเขตเอาไว้
ท้ายที่สุด สายตาของเขาประสานกับหลู่จิ้งหมิงอย่างเปิดเผย ราวกับตัดสินใจได้แล้ว ความลังเลและคราบเหงื่อบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย แทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวประหนึ่งยอมทุ่มสุดตัว
เขาสูดลมหายใจลึก อดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผล แล้วฝืนลุกลงจากรถ
หลู่จิ้งหมิงยื่นมือไปประคองไว้ห่าง ๆ
ผางเต๋อยืนมั่นคง ไม่สนใจบาดแผล คุกเข่าข้างเดียวต่อหน้าหลู่จิ้งหมิงอย่างหนักแน่นและเชื่องช้า!
การกระทำนี้ทำให้ซูจิ่นและเหล่าทหารโดยรอบกลั้นหายใจ!
“ท่าน!”
เสียงของผางเต๋อแหบพร่าแต่หนักแน่น แฝงความห้าวกระด้างและตรงไปตรงมาอันเป็นเอกลักษณ์ของบุรุษซีเหลียง “ผางลิ่งหมิงเป็นเพียงนักรบผู้หนึ่ง ได้รับความช่วยเหลือจากท่านถึงสองครั้ง บุญคุณช่วยชีวิตนี้จะจดจำไปชั่วชีวิต! วาจาของท่านเปรียบดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้ข้ากระจ่างแจ้ง!”
“ลิ่งหมิงยินดีติดตามท่าน รับใช้เคียงข้าง คุ้มครองเฉินชาง!”
“นับแต่นี้ คำสั่งของท่านก็คือคำสั่งทัพของผางผู้นี้! ทหารเฉินชางก็คือคมดาบของท่าน! หากฝ่าฝืน ขอให้ฟ้าดินร่วมลงทัณฑ์!”
นี่คือการสวามิภักดิ์ที่ตรงไปตรงมาและหมดใจที่สุด!
หลู่จิ้งหมิงมองแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ใจพลันปั่นป่วนเช่นกัน
เขาก้าวไปข้างหน้า ใช้สองมือประคองผางเต๋อให้ลุกขึ้นอย่างเต็มแรง แล้วกล่าวเสียงหนักแน่นว่า “แม่ทัพผางลุกขึ้นเถิด! เมื่อได้ท่านแม่ทัพมา ก็ประหนึ่งเพิ่มพยัคฆ์ให้ข้าอีกตัว นับจากนี้ เฉินชางจะเป็นรากฐานที่ท่านกับข้าใช้ตั้งตัว!”
“หากท่านแม่ทัพร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้า ย่อมสามารถบุกเบิกแผ่นดินของพวกเราในยุคโกลาหลนี้ได้อย่างแท้จริง!”
