ซูจิ่งลองใช้แล้วยังเอ่ยปากชม พี่น้องในบ้านก็ไม่มีใครว่าด้อย ดังนั้นของสิ่งนี้ต้องมีศักยภาพเป็นแน่
“ดี ไปกันเถิด!”
ครานี้จะซื้อมันหมูแข็งสิบชั่งรวดเดียว คนขายหมูจึงลดให้หนึ่งอีแปะ รวมเป็นเงินแปดสิบอีแปะซื้อมันหมูสิบชั่ง แถมกระดูกแทบไร้เนื้ออีกสองท่อน พอดีเอาไว้ต้มน้ำแกง
รับปากจะซื้อของอร่อยให้พี่สี่ ซูหว่านจึงไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อแปดลูก ขนมเปี๊ยะน้ำตาลสามชิ้น หมดเงินสิบห้าอีแปะ
เห็ดสนพวกนี้พี่ใหญ่กับพี่ห้าเป็นคนเก็บ ทั้งสองคนไม่ได้ซื้ออะไรเลย รู้สึกผิดต่อพวกเขายิ่งนัก
“พี่ใหญ่ มีอะไรอยากกินหรือไม่ เห็ดสนพวกนี้พี่ใหญ่กับพี่ห้าเป็นคนเก็บแท้ ๆ แต่ซูหว่านกลับเอามาใช้เสียหมด!”
ซูจิ่งฟังแล้วส่ายหน้า เอื้อมมือมาลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน
“เจ้าทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อบ้าน เพื่อพวกเรา ไอเดียก็เจ้าคิด เงินตราก็เจ้าหา พวกเราพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย ซ้ำเจ้ายังซื้อมันหมูแข็งมาเคี่ยวเอากากน้ำมัน นั่นก็เนื้อสัตว์มิใช่หรือ เป็นกับข้าวชั้นดีที่หากินยาก พี่ใหญ่จะไม่รู้สึกพอใจได้อย่างไร พี่ห้าของเจ้าก็จะไม่คิดอะไรด้วย เขาเป็นคนอ่อนโยนที่สุดเลย!”
ในใจซูหว่านอบอุ่นขึ้นมา นับวันยิ่งชอบพี่ใหญ่คนนี้ขึ้นทุกที ลูกชายคนโตของบ้านย่อมแตกต่าง รู้จักให้อภัยและดูแลจิตใจน้อง ๆ เสมอ
บนโรงน้ำชาริมทางแห่งหนึ่ง มีหญิงสาวแต่งกายงดงามนางหนึ่ง ใบหน้างามสง่า ประดับด้วยปิ่นปักผมและเครื่องประดับ ดูงดงามน่ารักยิ่งนัก ข้างกายนางมีหญิงสาวชุดหรูอีกสองคนนั่งอยู่ด้วย สายตาของนางเฝ้าจับจ้องพี่น้องชายหญิงคู่นั้นที่สนิทสนมใกล้ชิดกันอยู่เบื้องล่าง
