“พวกเราไปกันก่อน เจ้าอยู่บ้านแต่โดยดี!” ซูจิ่งลูบศีรษะนางเบา ๆ
ซูหว่านมองตามพี่ชายทั้งหลายจนลับตา ระหว่างนั้นซูเฉินหันกลับมามองคราหนึ่ง นางยังคงยืนอยู่หน้าประตู เห็นเขาหันมามองนางยังโบกมือให้ ซูเฉินหันกลับไป ริมฝีปากยกยิ้มอย่างห้ามมิได้
ครั้นพี่ชายลับตาไปสิ้นแล้ว ซูหว่านเตรียมกลับเข้าห้อง เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวดังมาจากปลายถนนอีกฟากหนึ่ง
เด็กสาวสามนางเดินผ่านลานบ้านตระกูลซู คนที่ยืนตรงกลางอายุมากกว่าเล็กน้อย ราวสิบหกสิบเจ็ดปี อีกสองนางอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูหว่าน
พวกนางเห็นซูหว่านก็หยุดฝีเท้าพร้อมกัน แต่ละนางสะพายตะกร้าคนละใบ ผ้าลายดอกไม้คลุมปิดไว้
ซูหว่านหันกลับมามองพวกนางบ้าง
“เจ้าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่ใหญ่ซูสินะ?” เด็กสาวตรงกลางเอ่ยถามพลางมองนางด้วยรอยยิ้มแฝงไมตรี
ซูหว่านพยักหน้า
สาวน้อยทางซ้ายเบะปาก กวาดสายตามองซูหว่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อเหลือบเห็นใบหน้างดงามของนาง แววตายิ่งแสดงความรังเกียจเด่นชัด
ซูหว่านเองก็ไม่รู้ว่านางไปล่วงเกินนางผู้ใดมา ทั้งที่เพิ่งพบหน้ากันเป็นครั้งแรก
“เจ้ามีนามว่าอันใด?” พี่สาวคนกลางเอ่ยถามนางอีกครั้ง
ซูหว่านตอบคำถามไปตามความจริง ภายหลังซักถามอีกสองสามคราจึงได้ทราบชื่อของพวกนาง ทั้งสามล้วนเป็นสาวชาวบ้านในหมู่บ้าน คนกลางชื่อเหอเจียวหลาน เป็นบุตรีผู้ใหญ่บ้าน คนซ้ายคือเฉินอิ่งหง ส่วนสาวน้อยทางขวาที่ไม่กล่าวกระไรนั้น เป็นน้องสาวของเหอเจียวหลาน นามว่าเหอเจียวซิ่ง
เดือนเก้ามาเยือนแล้ว บนภูเขาขึ้นเห็ดสนมากมาย พวกนางจึงชวนกันขึ้นเก็บเห็ดสน หมายเก็บมาให้มากจะได้นำไปขายในตลาด
