“เหลืออีก 5 นาที รีบอ้อมไปดีกว่า...”
ถังเฉินเหลือบมองตัวเลขนับถอยหลังบนแผนที่นำทางในหัว ใจพลันกระตุก เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว หากยังไม่ลงมือ หีบสมบัตินั่นจะหายไป
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ค่อย ๆ หันกลับไปแนบกำแพงถอยหลังไปสิบกว่าก้าว ก่อนเลี้ยวเข้าไปในตรอกที่แคบกว่าเดิม แล้วเริ่มอ้อมทาง
ตรอกนี้แคบมาก พอให้คนเดินผ่านได้เพียงคนเดียว ผนังทั้งสองข้างมีตะไคร่น้ำเขียวลื่นปกคลุมเต็มไปหมด ใต้เท้าเป็นดินนุ่มกับใบไม้แห้งผุพัง ถังเฉินค่อย ๆ ย่องไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล ใจร้อนจนแทบทนไม่ไหว แต่ก็ไม่กล้าทำเสียงดัง ได้แต่กัดฟันก้าวไปทีละก้าว
โชคดีที่ตรอกนี้ไม่ยาวนัก เดินไปประมาณ 2-3 นาที เขาก็มุดออกมาอีกด้านได้ เบื้องหน้าพอจะเปิดโล่งขึ้นบ้าง ยังคงเป็นอีกฟากของลานว่างแห่งนั้น แต่ห่างจากจางต้าเปียวกับพวกพอสมควร
จางต้าเปียวกับสายลับอีกสองคนกำลังจดจ่อกับการสอบสวนชายคนนั้น ไม่ทันสังเกตเลยว่าในความมืดด้านหลังซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล มีคนกำลังค่อย ๆ เข้าใกล้
10 เมตร
ถังเฉินมองเห็นหีบสมบัติใบนั้นชัดเจนแล้ว
มันลอยอยู่ตรงโคนกำแพงลึกเข้าไปในตรอก ดูธรรมดา ไม่มีอะไรหรูหรา สีหม่นทึบ เป็นทรงสี่เหลี่ยม ราวกับหีบไม้เก่าที่ใครสักคนโยนทิ้งไว้ตรงนั้นอย่างไม่ใส่ใจ
ไม่มีแสงสว่างเจิดจ้า ไม่มีเอฟเฟกต์ใดรายล้อม หากไม่ใช่เพราะจุดสีแดงบนแผนที่นำทางในหัวกำลังกะพริบ ถังเฉินคงคิดว่านั่นเป็นเพียงหีบใบหนึ่งที่ธรรมดาที่สุด
แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่หีบธรรมดา
ถังเฉินสูดลมหายใจลึก แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไป ทุกย่างก้าวแผ่วเบาและเชื่องช้า เสียงฝ่าเท้าสัมผัสพื้นถูกเสียงลมกับเสียงคร่ำครวญจากที่ไกลกลบจนหมด เขากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวราวกับจะกระดอนออกมาจากลำคอ
3 เมตร 2 เมตร 1 เมตร...
ในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าหีบสมบัติ
ถังเฉินย่อตัวลง มองหีบตรงหน้าซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือขวาออกไปอย่างระมัดระวัง
ชั่วขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวหีบ เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบา ราวกับมีกระแสอุ่นสายหนึ่งไหลจากปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย
หึ่ง!
แสงสว่างสายหนึ่งที่มีเพียงเขามองเห็นทะลักออกมาจากหีบสมบัติ ราวกับธารน้ำเรืองแสง พุ่งเข้าสู่ห้วงความคิดของเขา แสงนั้นเจิดจ้าและบริสุทธิ์ แต่ไม่บาดตา ก่อนจะแตกออกเป็นจุดแสงเล็กจิ๋วนับไม่ถ้วนโปรยปรายลงมาในหัว
จากนั้น เสียงเย็นชาแต่ชัดเจนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์เปิดหีบสมบัติมือใหม่สำเร็จ ได้รับพื้นที่ระบบขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร】
【ได้รับ ‘ปืนพกเก็บเสียง’ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 12 นัด】
【คำแนะนำ: ปืนพกเก็บเสียงแบบรวมเป็นชิ้นเดียว ขนาดลำกล้อง: 32 เอซีพี (7.65 มม.) ซองกระสุนบรรจุ 12 นัด; ระบบลูกเลื่อน เสียงกระแทกของลำเลื่อนแทบไม่มี เสียงปืนเบาเพียง ‘แค่ดีดนิ้ว’ ระดับเสียง 73 เดซิเบล】
【และได้รับ ‘การสืบทอดทักษะยอดมือปืน’!】
รูม่านตาของถังเฉินหดวูบ
ในชั่วพริบตา กระแสข้อมูลมหาศาลเกินจินตนาการหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิดของเขาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเขื่อนแตก กระแสข้อมูลนั้นอัดแน่นไปด้วยความรู้เกี่ยวกับการยิงปืน ทั้งท่าจับปืน เทคนิคการเล็ง จังหวะการหายใจ การควบคุมไกปืน การคำนวณวิถีกระสุน การปรับแก้การเบี่ยงเบนจากลม หลักการยิงในระยะต่าง ๆ โครงสร้างและสมรรถนะของปืนหลากหลายชนิด...
ลึกซึ้งกว้างขวาง ดุจมหาสมุทรแห่งความรู้
ความรู้สึกนั้นยากจะบรรยาย ราวกับมีใครยัดเยียดการฝึกยิงปืนและประสบการณ์จริงนับหมื่นครั้งเข้าไปในหัวของเขา
นิ้วมือ ข้อมือ แขน ดวงตา กล้ามเนื้อทุกมัด และเส้นประสาททุกเส้นของเขาราวกับถูกสร้างขึ้นใหม่ในชั่วพริบตา ประหนึ่งว่าเกิดมาก็คลุกคลีอยู่กับศาสตร์นี้ และฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนทั้งวันทั้งคืน
เพียงชั่วครู่ ถังเฉินก็เปลี่ยนจากมือใหม่ที่ไม่เคยแม้แต่จับปืน กลายเป็นยอดมือปืน
ความเข้าใจที่เขามีต่ออาวุธปืนและประสบการณ์การยิงปืนนั้นก้าวไปถึงระดับที่น่าหวาดหวั่น เขาถึงกับรู้สึกว่า ขอเพียงมีปืนอยู่ในมือ ก็สามารถล็อกเป้าหมาย คำนวณวิถีกระสุน และยิงกระสุนได้อย่างแม่นยำภายในเวลาอันสั้น
ถังเฉินค่อย ๆ ลดมือลง สายตาจับจ้องฝ่ามือของตน มือข้างนั้นยังสั่นน้อย ๆ แต่ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นหรือหวาดกลัวอีกแล้ว หากเป็นเพราะความฮึกเหิมและมั่นใจ
เขาค่อย ๆ กำหมัด มุมปากคลี่ยกขึ้นทีละน้อย ดวงตาในความมืดสว่างวาบจนน่าขนลุก
“นี่สินะ... ความรู้สึกของยอดมือปืน?”
ถังเฉินพึมพำ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่แฝงความตื่นเต้นและยินดีอย่างปิดไม่มิด เขารับรู้ถึงความรู้และประสบการณ์การยิงปืนที่พลุ่งพล่านอยู่ในหัว ราวกับได้รับการชี้แนะจนทะลุปรุโปร่ง หรือไม่ก็เกิดใหม่ทั้งชีวิต
คุณชายรุ่นที่สองผู้อ่อนแอจนจับไก่ยังไม่ไหวคนนั้น ราวกับได้ตายจากไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือถังเฉินคนใหม่
เขาสูดลมหายใจลึก ลองเรียกความทรงจำเกี่ยวกับการยิงปืนในหัวมาใช้ ชั่วพริบตา ภาพนับไม่ถ้วนก็วาบผ่านตรงหน้า ทั้งรูรอยกระสุนพรุนแน่นบนสนามยิงปืน ดินที่กระเด็นกลางสนามรบ และแสงไฟจากปากกระบอกปืนที่วูบไหวในราตรี... ภาพเหล่านั้นชัดเจนราวกับเขาเคยประสบด้วยตนเอง ทำให้ทั่วร่างแผ่ความมั่นใจที่ยากจะอธิบาย
ปืนพกเก็บเสียงกระบอกนั้นนอนนิ่งอยู่ในพื้นที่ระบบ
ถังเฉินใช้จิตสำนึกหยั่งเข้าไปในพื้นที่ระบบ ก็ “เห็น” มันทันที ตัวปืนดำสนิททั้งกระบอก เส้นสายลื่นไหล บริเวณด้ามจับดูคล้ายยังหลงเหลือสัมผัสเย็นเยียบเฉพาะตัวของโลหะ
อุปกรณ์เก็บเสียงแบบชิ้นเดียวประกบเข้ากับตัวปืนได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ปืนทั้งกระบอกดูกะทัดรัดและประณีต ซองกระสุนบรรจุเต็ม มีทั้งหมด 12 นัด พร้อมยิงได้ทุกเมื่อ
ดวงตาของถังเฉินสว่างวาบอย่างน่าตกใจ
“มีปืนกระบอกนี้ มีฝีมือยอดมือปืนแล้ว ฉันก็จะ...”
เขาไม่ได้พูดต่อ เพียงค่อย ๆ หันศีรษะไปมองทางลานว่างแห่งนั้น
ในราตรี เสียงทุ้มแหบของจางต้าเปียวยังแว่วมาจาง ๆ ปะปนกับเสียงครางและเสียงด่าทอขาด ๆ หาย ๆ ของชายวัยกลางคน ถ้อยคำเหล่านั้นลอยมาตามสายลม ฟังไม่ชัดนัก แต่ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้กลับเหมือนเข็มเผาไฟที่ทิ่มแทงหัวใจถังเฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาคือผู้รักชาติที่ต่อต้านญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ชายผู้ยอมให้มีดแทงเข้าที่ต้นขาแทนการเปิดเผยข่าวกรองแม้แต่คำเดียวหลังถูกจับ ชายผู้แม้ถูกทรมานจนเลือดท่วมตัวก็ยังถ่มน้ำลายใส่หน้าไส้ศึก
คนเช่นนี้ไม่ควรมาตายที่นี่ ไม่ควรตายด้วยน้ำมือไส้ศึกสารเลวพวกนี้
“ไอ้ไส้ศึกสารเลว... วันนี้แหละวันตายของพวกแก!”
ถังเฉินกัดฟันด่าในใจ แววสังหารในดวงตาลุกโชนขึ้นฉับพลันราวกับน้ำมันก๊าดถูกจุดติด เขากำปืนพกแน่น ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน หลังแนบกำแพง แล้วเริ่มขยับเข้าใกล้ลานว่างทีละก้าว
ทุกย่างก้าวแผ่วเบาและเชื่องช้า พื้นรองเท้าส่งเสียงกรอบแกรบเบา ๆ บนพื้นซึ่งจับตัวเป็นน้ำแข็งบาง ๆ ก่อนถูกเสียงลมกับเสียงสุนัขเห่าเป็นระยะจากที่ไกลกลบไป หิมะที่อยู่ใต้เท้ายุบลงเบา ๆ แล้วคืนตัวอย่างแผ่วเบา ไม่ทิ้งรอยเท้าให้เห็นชัดเจน
