ไม่อย่างนั้นหลินซิงเหอคงไม่พูดมากขนาดนี้
ถึงกับยกหลินเฉินผู้เป็นอาของเขามาอ้างด้วย
อีกอย่าง อวี๋หว่านเตรียมใจไว้นานแล้วว่าหลินซิงเหอจะต้องจากไป
เพียงแต่ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้
“วันนี้ผมได้รับโทรเลขจากกองทัพ อีกสามวันต้องไปรายงานตัวแล้ว บ่ายวันนี้ก็ต้องออกเดินทาง” หลินซิงเหอมองเธอ ดวงตาสีแก้วสะท้อนภาพของเธอไว้
ตอนลาพัก หลินซิงเหอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบอวี๋หว่านที่นี่
และยังได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกว่า การชอบใครสักคนเป็นอย่างไร
“ผมจะเขียนจดหมายถึงคุณ” พูดจบหลินซิงเหอก็อดถอนหายใจไม่ได้ “เมื่อก่อนตอนอยู่ในกองทัพ ผมเคยได้ยินเพื่อนร่วมกองพูดถึงคนรักของตัวเองอยู่บ่อย ๆ คิดมาตลอดว่าพวกเขาคงมีเรื่องให้ทำด้วยกันตั้งหลายอย่าง แต่วันนี้พอคุยกับคุณแล้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าผมไม่มีอะไรให้ช่วยเลย”
อวี๋หว่านเขียนนิยายได้ ค่าต้นฉบับก็ไม่น้อย
เรื่องความเป็นอยู่จึงไม่ต้องการความช่วยเหลือ
ถึงจะมีพ่อเฮงซวยอย่างอวี๋ชิ่งเหนียน แต่เถียนชิวเหลียนกับอวี๋ซีก็เป็นครอบครัวของเธอ
ตอนนี้ยังมีครอบครัวเส้าเหมยเจวียนที่อยู่ด้วยกัน รวมถึงพยาบาลพั่งเพื่อนบ้าน และหัวหน้าหวังจากสำนักงานเขต ต่างก็เอ็นดูอวี๋หว่านมาก
พูดได้ว่าในด้านความรู้สึก เธอก็ไม่ได้ต้องการหลินซิงเหอเท่าไรนัก
ตรงกันข้าม คนที่ต้องการที่พึ่งทางใจและการเขียนจดหมายตอบโต้กันมากกว่าคือหลินซิงเหอ
อวี๋หว่านขยับเข้าไปใกล้หลินซิงเหอหนึ่งก้าวเล็ก ๆ