“อวี๋ชิ่งโซวเป็นอะไรไปเหรอ?” อวี๋หว่านไม่ได้รู้เรื่องคนพวกนี้มากนักจริง ๆ
อย่างไรเสียเธอก็เป็นรุ่นหลัง ในความทรงจำ ความเกี่ยวข้องกับอวี๋ชิ่งโซวมีแค่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่เดินผ่านกันแล้วทักทายอย่างมีมารยาทว่าอาใหญ่
เธอยังสนิทกับอาเฟิงที่เป็นหัวหน้ากองพลมากกว่าอวี๋ชิ่งโซวเสียอีก
“เขาไม่ใช่คนใจกว้างอะไรหรอก” เถียนชิวเหลียนคิดว่าอวี๋ชิ่งเหนียนคงหมดโชคแล้ว
ตลอดสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ เขาประสบความสำเร็จในกองทัพ หลังปลดประจำการก็ยังได้เป็นหัวหน้า
คนทั้งกองพลเถี่ยเหอราวกับถูกผีเข้า พากันช่วยปกปิดคำโกหกครั้งใหญ่โตนี้
เพื่อขจัดความกังวลของอวี๋ชิ่งเหนียน ตั้งแต่สองปีก่อน ต่อให้อวี๋หว่านอยากไปซื้อยาหยอดตาให้เถียนชิวเหลียนที่โรงพยาบาลในเมืองเอกของมณฑล ก็ยังขอหนังสือรับรองไม่ได้
เพราะกลัวว่าอวี๋หว่านจะบังเอิญเจออวี๋ชิ่งเหนียนที่เมืองเอกของมณฑล
ถึงขั้นลงมือกับเรื่องสำคัญอย่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของอวี๋หว่าน
ทำให้อวี๋หว่านต้องเรียนซ้ำอีกปี
อวี๋ชิ่งเหนียนที่เคยราบรื่นมาตลอด เหตุใดตอนนี้ถึงเดินหมากพลาดเสียได้?
“เลือกพ่อของลูกยังดีกว่าเลือกอวี๋ชิ่งโซวเสียอีก” เถียนชิวเหลียนไม่กล้าบอกลูกสาวว่า ในบรรดาคนที่มาสู่ขอเธอในตอนนั้น นอกจากอวี๋ชิ่งเหนียนแล้ว ยังมีอวี๋ชิ่งโซวด้วย
ตอนนั้นฐานะทางบ้านของอวี๋ชิ่งเหนียนยังแย่กว่าอวี๋ชิ่งโซวเสียอีก
เถียนชิวเหลียนไม่ได้เลือกอวี๋ชิ่งโซว เพราะผู้ชายคนนี้ใจแคบเกินไป
“ถ้าอวี๋ชิ่งโซวยอมแบกรับทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ขอแค่อวี๋ชิ่งเหนียนกับพวกพ้องดูแลครอบครัวของอวี๋ชิ่งโซวให้ดี ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเขาไม่ได้เต็มใจ ต่อให้ต้องสละตัวเอง เขาก็จะลากอวี๋ชิ่งเหนียนลงน้ำไปด้วย”