เถียนเถียนเบิกตากลมโตจ้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างตั้งใจ “จำได้ค่ะ! พ่อไล่คนเลวไป แล้วคุณน้าคนนั้นก็ให้หนังสือเถียนเถียนด้วย!”
“ใช่แล้วค่ะ” เสิ่นรั่วเหวินยิ้มชม “เถียนเถียนความจำดีมาก ฉลาดจริง ๆ หนูอยากเข้ามาดูคุณน้าไหมจ๊ะ”
“ค่ะ”
เถียนเถียนตอบรับทันที เหลี่ยงเจ๋อจนใจ ได้แต่กอดเธอเดินเข้าไปในห้อง
เสิ่นรั่วเหวินยังนั่งอยู่บนเตียง แต่ยื่นมือออกมาหาเถียนเถียน “เด็กดี มาสิ มานั่งข้างคุณน้า”
เถียนเถียนไม่ได้เข้าไปใกล้ เอียงศีรษะเล็กน้อยพลางจ้องมองเธอ ก่อนถามอย่างสงสัย “คุณน้า คุณอยู่ที่นี่ตลอดเลยเหรอคะ คุณเป็นคุณน้าสหายรบของพ่อด้วยหรือเปล่า”
“คุณน้าสหายรบ?”
“ใช่ค่ะ” เถียนเถียนทำท่าทางจริงจัง ยืดอกเล็ก ๆ ของตัวเองขึ้น “พ่อบอกว่า ลุง ๆ ป้า ๆ ในฐานล้วนเป็นสหายรบของเขา เถียนเถียนต้องทักทายให้ดี ต้องมีมารยาท”
เสิ่นรั่วเหวินหัวเราะเบา ๆ “คุณน้าไม่ใช่สหายรบของพ่อหนูหรอก แต่คุณน้าเป็นเพื่อนของพ่อหนูจ้ะ” พูดจบ สายตาเธอวาววับ เหลือบมองเหลี่ยงเจ๋อแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว
น่าเสียดายที่เหลี่ยงเจ๋อสนใจเพียงลูกสาวในอ้อมอกเท่านั้น ไม่ได้สังเกตเลย กลับเป็นเถียนเถียนที่จู่ ๆ ก็ยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปชี้ที่ข้อเท้าบวมแดงของเสิ่นรั่วเหวิน คิ้วน้อย ๆ ขมวดแน่น “คุณน้า คุณบาดเจ็บนี่!”
เธอเอนตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ถามเสียงเบาว่า “ปวดไหมคะ?”
“ไม่ปวดค่ะ” เสิ่นรั่วเหวินกล่าวอย่างอ่อนโยน ส่ายศีรษะเบา ๆ “ขอบคุณที่เถียนเถียนเป็นห่วง หนูช่างเข้าใจผู้ใหญ่จริง ๆ”
“คุณปู่ซุนบอกว่า ถ้าไม่สบายแล้วปวด ก็ต้องกินยา” เถียนเถียนเลียนแบบท่าทางผู้ใหญ่ พูดกำชับอย่างจริงจัง “คุณน้าอย่ากลัวยาขมนะคะ ต้องกินยาเยอะ ๆ จะได้หายเร็ว ๆ ไง!”
“จ้ะ คุณน้าจะฟังเถียนเถียน กินยาแต่โดยดี” เสิ่นรั่วเหวินยิ้มและพยักหน้า จากนั้นตบกระเป๋าสะพายของตัวเองเบา ๆ “ดูสิ คุณน้ามีของดีจะให้หนูนะ”
เธอเปิดกระเป๋า หยิบห่อกระดาษน้ำมันออกมาหนึ่งห่อ แก้เชือกที่ผูกไว้ออก กลิ่นหอมหวานของเนยกรอบก็ลอยอบอวลขึ้นมาทันที
ในนั้นมีขนมปังกรอบ ผลไม้แช่อิ่ม อัลมอนด์กรอบ ขนมหวานกรุบกรอบ ขนมขิงเส้น และอื่น ๆ อีก ล้วนเป็นขนมที่ประณีตทั้งสิ้น
