มั่วโม่แข็งค้างไปทั้งตัว
เธออยากแกล้งทำเป็นไม่เห็น แต่ปลายหูกลับทรยศความรู้สึกของเธอ ผิวบาง ๆ สองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แดงลามเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่โคนหูไปจนถึงใบหู
เธอรู้สึกได้ว่าสายตาของอาเจ๋อเลื่อนกลับมาจากทางศูนย์ศูนย์ห้า แล้วมาหยุดอยู่ที่ปลายหูแดงก่ำของเธอ
ส่วนศูนย์ศูนย์ห้าก็ถือถาดอาหารเดินตรงมาทางพวกเธอแล้ว
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นสว่างวาบราวกับเปลวไฟป่าสองกอง คิ้วที่แหว่งอยู่ข้างหนึ่งเลิกขึ้นเล็กน้อย
เขาไม่คิดปกปิดเจตนาของตัวเองแม้แต่น้อย ราวกับหมาป่าที่เดินฝ่าฝูงแกะตรงไปยังเป้าหมาย
มั่วโม่อยากเอาหน้าทั้งหน้าเสียบลงไปในชามข้าว
ศูนย์ศูนย์ห้าถือถาดอาหารที่พูนจนล้นเดินอาด ๆ เข้ามา ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนที่ว่างฝั่งตรงข้ามมั่วโม่อย่างไม่เกรงใจ
ตอนที่ร่างใหญ่โตของเขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ โต๊ะทั้งตัวก็สั่นไหวตามไปด้วย
“อ้าว หมอไป๋ คุณตำรวจอาเจ๋อ” ศูนย์ศูนย์ห้าวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ แล้วใช้ท่อนแขนกำยำทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองอาเจ๋อก่อน จากนั้นก็จับจ้องศีรษะที่ก้มต่ำของมั่วโม่ไม่วางตา “บังเอิญจริง ๆ เจอกันอีกแล้ว”
ตะเกียบที่มั่วโม่ใช้คีบข้าวหยุดค้างกลางอากาศ เธอไม่กล้าเงยหน้า
ศูนย์ศูนย์ห้าไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนเลยสักนิด กลับโน้มตัวมาข้างหน้า แล้วยื่นมือขวาอันกว้างใหญ่ขึ้นมาเหนือโต๊ะ กางนิ้วทั้งห้าออก หงายฝ่ามือขึ้น ก่อนจะพลิกไปพลิกมาให้ดูรอบหนึ่ง
