มั่วโม่ถอนหายใจโล่งอก ไหล่ที่เพิ่งทรุดลงไปครึ่งนิ้วกำลังจะผ่อนคลาย
อาเจ๋อกลับยื่นมือมาตรงหน้าเธอ
เขาปลดกระดุมข้อมือเสื้อ แล้วถกแขนเสื้อขึ้นไปช่วงหนึ่ง เผยให้เห็นท่อนแขนกับข้อมือ เส้นสายของท่อนแขนดูไม่ค่อยเข้ากับใบหน้าของเขานัก
กระดูกข้อมือนูนขึ้นเล็กน้อย ผิวหลังมือค่อนข้างขาว แต่นิ้วยาวเรียวและแข็งแรง ข้อนิ้วเด่นชัดแต่ไม่หยาบใหญ่ เส้นสายลื่นไหล
เขาวางมือข้างนั้นแบลงบนโต๊ะตรงหน้ามั่วโม่ ปลายนิ้วเอียงเข้าหาเธอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่า “เธอมองมือของศูนย์ศูนย์ห้านานขนาดนั้น แล้วมือฉันล่ะ?”
มั่วโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง สายตายังค้างอยู่บนมือข้างนั้น ยังไม่ทันได้ดึงกลับมา
ตอนนั้นเองเธอถึงสังเกตว่ามือของอาเจ๋อดูมีน้ำหนักมากกว่าที่เจ้าตัวแสดงออกมา ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนและสะอาดตา ทว่ามือกลับมีความเหนียวแน่น เส้นเลือดทอดจากหลังมือไปจนถึงโคนนิ้ว
“คุณ...คุณจะมาร่วมวงทำไม!” ในที่สุดมั่วโม่ก็ดึงสายตากลับมา น้ำเสียงทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย “ฉันบอกตอนไหนว่าอยากดูมือคุณ!”
“ฉันแค่อยากให้เธอดูว่าไม่ได้มีแค่มือของเขาที่น่ามอง แล้วมือฉันล่ะ? สวยกว่าของเขาหรือเปล่า?”
พูดจบเขาก็ขยับนิ้วเล็กน้อย ทำท่ากำแล้วคลายมือ
ข้อนิ้วเหล่านั้นนูนขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเรียบดังเดิม เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นมาให้เห็นจาง ๆ ชั่วขณะ
สายตาของมั่วโม่เผลอมองตามไปอีกครั้ง
เธออดทอดถอนใจในใจไม่ได้ว่า มือคู่นี้ช่างไม่เข้ากับใบหน้าของเขาเอาเสียเลย
มั่วโม่รีบหันหน้าหนี ปลายหูร้อนผ่าวจนเจ็บ น้ำเสียงทั้งโกรธทั้งเขิน “คุณตั้งใจใช่ไหม! ถ้ายังทำแบบนี้อีก ฉันจะไม่กินแล้ว!”
