แม้มั่วโม่จะรู้สึกว่าเสียงของช่างซ่อมท่อประปาคนนั้นคุ้นหูอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น
น้ำเสียงของอีกฝ่ายในสายกระตือรือร้นเกินไปหน่อย แต่คนทำงานก็พูดจาเกินจริงกันบ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ทั้งสองนัดพบกันตอนบ่ายสองโมง
หลังวางสาย เธอก็เดินไปตามถนนอีกหนึ่งรอบ ซื้อส้มมาสองสามลูก แล้วจึงกลับบ้าน
กริ่งหน้าประตูดังขึ้นตรงเวลาบ่ายสองโมงเป๊ะ
มั่วโม่เดินไปที่ประตูแล้วมองออกไปทางตาแมว ข้างนอกมีชายร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ ทั้งคู่สวมหมวกแก๊ปกับหน้ากากสีเข้ม คนหนึ่งรูปร่างกำยำกว่า ส่วนอีกคนผอมสูงกว่า แต่ไหล่และแผ่นหลังล้วนแข็งแรง
ทั้งสองสวมกางเกงทำงานสีน้ำเงินเข้มเหมือนกัน มือหิ้วกล่องเครื่องมือ ยืนอยู่ใต้ชายคาอย่างสุภาพและเว้นระยะห่างกันพอสมควร
มั่วโม่ชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเรียกช่างมาแค่คนเดียว ทำไมถึงมากันสองคนล่ะ
แต่พอคิดว่าอาจส่งคนมาสองคนเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น เธอก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ก่อนจะเปิดประตูออก
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง พวกเรามาซ่อมท่อประปาครับ”
ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงอู้อี้ ฟังไม่ค่อยชัดผ่านหน้ากาก ราวกับจงใจกดเสียงให้ต่ำ
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ปีกหมวกกดต่ำจนแทบมิด เผยให้เห็นหน้าผากเพียงเล็กน้อยซึ่งถูกแดดเผาจนเป็นสีน้ำตาลอ่อน
มั่วโม่เบี่ยงตัวหลบให้ “เชิญค่ะ ท่อในห้องน้ำกับห้องครัวมีปัญหาอยู่หน่อย”
ชายทั้งสองสวมปลอกคลุมรองเท้าแล้วเดินเข้าบ้านตามกันมา
คนที่เดินนำเข้าไปในห้องน้ำ ย่อตัวลงเปิดบานตู้ใต้อ่างล้างหน้า แล้วเริ่มตรวจดูข้อต่อท่อ
อีกคนหิ้วกล่องเครื่องมือไปที่สวนหลังบ้าน บอกว่าจะไปดูแนวท่อน้ำตรงกำแพงรั้ว
มั่วโม่ยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น มองทั้งสองคนแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระเบียบ ความกังขาในใจก็ค่อย ๆ คลายลง
