คนขับรถตู้ทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปอย่างไม่ลดละ
แต่กู้ชิงรู้ดีว่า ทางลาดเส้นนี้มองเผิน ๆ เหมือนไม่ชัน ทว่าที่จริงเป็นภาพลวงตา ยิ่งมีหิมะปกคลุม ไม่ว่ารถแบบไหนก็ต้องลื่นไถลเมื่อมาถึงตรงนี้ อีกทั้งยังเป็นทางคดเคี้ยว หากไถลตรงลงมาจากยอดเขา ก็จะพุ่งตกลงไปบนทางลาดสูงกว่าสิบเมตร ซึ่งเบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ตอนนี้จับตัวเป็นน้ำแข็งหนา หากตกลงไป ต่อให้ไม่ตายก็คงพิการ
คนขับรถเก่าแก่ในหมู่บ้านยังไม่กล้าใช้ถนนเส้นนี้ในวันที่หิมะตก พวกเขายอมอ้อมไปใช้ถนนดินที่ไกลกว่าแทน
กู้ชิงย่ำหิมะพลางวิ่งไล่ตามรถตู้ไป ตะโกนเตือนเสียงดัง “รถตู้ข้างหน้า! รีบกระโดดลงมาเร็ว!”
คนขับไม่สะทกสะท้าน
กู้ชิงโมโหจนไม่อยากสนใจเขาแล้ว แต่จิตสำนึกยังคอยทัดทาน อย่างไรก็เป็นชีวิตคนทั้งคน
เมื่อเห็นรถไถลเร็วขึ้นเรื่อย ๆ คนขับก็พยายามใช้ทักษะขับรถอันยอดเยี่ยมพลิกสถานการณ์
แต่ก็ไร้ประโยชน์
ในช่วงคับขัน จู่ ๆ กู้ชิงก็นึกถึงคลิปวิดีโอที่เคยดูขึ้นมาได้
“ไหลตี้! เร็วเข้า! ไปยกก้อนหินมา!”
เด็กหญิงตัวเล็กแม้ไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็เชื่อฟังและทำตาม ทั้งสองช่วยกันยกก้อนหินใหญ่ข้างทาง แล้วขว้างใส่ใต้ล้อรถตู้ทีละก้อนเพื่อเพิ่มแรงต้าน ในที่สุดรถก็หยุดลง ห่างจากทางลาดชันไม่ถึงครึ่งเมตร
กู้ชิงวิ่งจนเหงื่อออกท่วมตัว ในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ประตูฝั่งคนขับเปิดออก ชายหนุ่มก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขากวาดตามองสภาพรถก่อน แล้วเหลือบมองทางลาดชันที่อยู่ห่างไปครึ่งเมตร คิ้วขยับเพียงเล็กน้อย สุดท้ายจึงหันมามองหญิงสาวทั้งสอง
สายตาของฟู่เฉิงเชวี่ยหยุดอยู่บนตัวกู้ชิง ดวงตาคมลึกล้ำมืดหม่นราวห้วงเหว
เป็นเธอ
เขาเผยอริมฝีปากบาง เอ่ยกับกู้ชิงพร้อมพยักหน้าให้น้อย ๆ “ขอบคุณ”
ท่าทีสงบนิ่งของอีกฝ่ายทำให้กู้ชิงอ่านไม่ออก คิดเพียงว่าเขาคงตกใจจนสติหลุดไปแล้ว
เธอโบกมือ “ไม่เป็นไร”
ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอจูงต่งไหลตี้เดินทางต่อ
