เสียงกริ่งเลิกคาบยังดังไม่ทันจบ ฟางเสี่ยวหลานก็ยัดหนังสือเรียนลงใต้โต๊ะแล้ว
เธอลุกขึ้น เดินออกจากห้องเรียน
หยางเหนียนเอ๋อร์ร้องเรียกจากด้านหลังว่า “ฟางเสี่ยวหลาน เธอจะไปไหน?” เธอหันกลับไปตอบว่า “ไปหาพี่สาม” แล้วก็ออกจากห้องไป
ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ทางฝั่งตะวันออกของชั้นสาม ฟางเว่ยหงเรียนอยู่ห้องสี่
ตอนฟางเสี่ยวหลานเดินไปถึงหน้าห้องสี่ นักเรียนในห้องกำลังทยอยเดินออกมา บ้างถือปิ่นโต บ้างมือเปล่า เธอชะโงกมองเข้าไป แต่ไม่เห็นพี่สามฟางเว่ยหง
“มาหาใคร?”
เด็กสาวที่มัดผมหางม้าคนหนึ่งเดินออกมาจากข้างใน กวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ฉันมาหาฟางเว่ยหง เป็นน้องสาวของเธอค่ะ”
“เว่ยหงเหรอ? เพิ่งลงไปข้างล่างเมื่อกี้เอง”
ฟางเสี่ยวหลานพยักหน้า แล้วหันหลังเดินลงไป
บนบันไดมีคนเต็มไปหมด เสียงพูดคุยจอแจปะปนกับเสียงฝีเท้า ดังก้องอื้ออึงไปทั่วโถงทางเดินแคบ ๆ
ฟางเสี่ยวหลานเดินชิดกำแพงลงไป พอถึงมุมบันไดชั้นสองก็เห็นฟางเว่ยหงเข้าในทันที
ฟางเว่ยหงยืนอยู่ตรงทางขึ้นบันได มือหิ้วถุงผ้า กำลังคุยกับเด็กสาวสองคน
วันนี้เธอสวมเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินตัวเก่าที่ซักจนซีด พับแขนเสื้อขึ้นสองทบ เผยให้เห็นท่อนแขน
ผมถูกรวบเป็นหางม้า มัดไว้ด้วยยางสีดำ ดูเรียบร้อยคล่องแคล่ว
“พี่สาม” ฟางเสี่ยวหลานเรียก
ฟางเว่ยหงหันมา พอเห็นเธอก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “น้องสี่? ขึ้นมาข้างบนทำไม?”
“มาหาพี่กลับบ้านไปทำกับข้าว” ฟางเสี่ยวหลานตอบ
ฟางเว่ยหงชะงักไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นแปลก ๆ
เธอมองฟางเสี่ยวหลาน แล้วมองถุงผ้าในมือ ขยับริมฝีปากเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง
เด็กสาวสองคนข้าง ๆ มองฟางเสี่ยวหลานที ฟางเว่ยหงที หนึ่งในนั้นจึงดึงแขนเสื้ออีกคนอย่างรู้กาลเทศะ
“งั้นพวกเราไปก่อนนะ เว่ยหง”
“อ้อ ได้” ฟางเว่ยหงตอบ
หลังเด็กสาวทั้งสองเดินจากไป บริเวณบันไดก็เงียบลงไม่น้อย
ฟางเว่ยหงมองฟางเสี่ยวหลาน ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “น้องสี่ ไม่รู้เหรอ?”
“ไม่รู้อะไร?”
สีหน้าของพี่สามฟางเว่ยหงยิ่งดูประหลาด เธอยกถุงผ้าในมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อบอกเป็นนัย
“วันนี้พ่อให้เงินมา บอกให้พวกเรากินข้าวที่โรงเรียน เสี่ยวชิงไม่ได้บอกเธอเหรอ?”
ฟางเสี่ยวหลานนิ่งอึ้ง
