สายลมจากป่ารกร้างทางเหนือเริ่มบาดผิวราวกับคมมีด
ฟางเสี่ยวหลานตื่นแต่เช้าตรู่
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เธอต้องเข้าอำเภอไปทำธุระสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือซื้อแสตมป์
เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอไปช่วยตรวจดูผึ้งที่ฟาร์มสาขา ได้ยินบุรุษไปรษณีย์บอกว่าอีกไม่นานจะมีแสตมป์ชุดใหม่ออกจำหน่าย ชื่อว่า “ทั่วหล้าภูผาธาราแดงสด”
ตอนฟางเสี่ยวหลานได้ยินชื่อนี้ เธอก็สะดุ้งวาบไปทั้งตัว ก่อนทะลุมิติมา เธอเคยค้นข้อมูลเรื่องนี้ทางอินเทอร์เน็ต
แสตมป์หนึ่งดวงขายได้ราคาพอ ๆ กับบ้านสามหลังในอำเภอ ส่วนดวงที่สภาพดีสามารถแลกห้องน้ำหนึ่งห้องในเมืองหลวงได้เลย
แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงแสตมป์ธรรมดาที่วางขายอยู่บนเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ ราคาแค่ไม่กี่เฟิน ใคร ๆ ก็ซื้อได้ และไม่มีใครเห็นความสำคัญของมัน
ฟางเสี่ยวหลานเลียริมฝีปากที่แห้งแตก ในใจมีเพียงความคิดเดียว
ถ้าครั้งนี้ไปสาย เธอคงเสียใจไปอีกสองชาติ
เธอผลักประตูออก ลมหนาวพัดกรูเข้ามา
ช่างกัวกำลังก้มหน้าก่อเตาอยู่หน้าประตู เขาพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้า “รีบกลับมาหน่อยนะ ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยดี”
ฟางเสี่ยวหลานขานรับ สะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วเดินลงเขา
ที่สนามมีคนมารวมตัวกันไม่น้อยแล้ว
ฟางเสี่ยวหลานชินเสียแล้ว เดือนหนึ่งมีรถเข้าอำเภอแค่เที่ยวนี้เที่ยวเดียว พวกคุณป้าจึงมาจับจองที่กันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ตะกร้าไม้ไผ่กับถุงผ้าวางเกลื่อนพื้น ภาพนี้ทำให้เธอนึกถึงคุณลุงคุณป้าที่ต่อแถวแย่งซื้อไข่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตในยุคหลัง
ยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่คนที่แย่งของไม่เคยเปลี่ยน
ฟางเสี่ยวหลานกำลังกวาดตามองฝูงชน สายตาก็พลันหยุดชะงัก
หลิงเยว่เดินมาจากทางตึกพักรวม
ฟางเสี่ยวหลานกำลังชั่งใจว่าจะทักเขาดีไหม แต่คิดไปคิดมาก็ช่างเถอะ
“หัวหน้าหลิง!”
คุณป้าผ้าโพกหัวสีแดงตาไวที่สุด เธอรีบสาวเท้าไปทางนั้น
คุณป้าผ้าโพกหัวลายดอกกับคุณป้าผ้าโพกหัวสีเทาก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันกรูเข้าไปล้อมหลิงเยว่ไว้ตรงกลางในพริบตา
“เสี่ยวหลิง ป้าเดาว่าเธออายุยี่สิบแล้วใช่ไหม? แถวบ้านเราหนุ่ม ๆ อายุเท่านี้หลายคนมีคู่หมั้นกันหมดแล้วนะ!”
เสียงคุณป้าผ้าโพกหัวสีแดงดังเสียจนคนครึ่งสนามได้ยิน
“นั่นสิ!”
