ฟางเสี่ยวหลานลังเลอยู่ชั่วครู่
ร้านตัดเสื้ออยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก เดินไปประมาณยี่สิบนาทีก็ถึง
เธอคิดจะไปดูความคืบหน้าของเสื้อบุฝ้าย แล้วถามไปด้วยว่าจะรับเสื้อก่อนกำหนดได้ไหม ความคิดนี้วนอยู่ในหัวสองรอบ สุดท้ายเธอก็ข่มมันไว้
ตกลงกันไว้ครึ่งเดือน อีกไม่นานก็ครบกำหนดแล้ว
ช่างตัดเสื้อคนนั้นดูเป็นคนมีระเบียบ ถ้าเธอผลีผลามไปเร่งถาม เกิดทำให้เขารำคาญขึ้นมาคงไม่ดี
ฟางเสี่ยวหลานกระชับปกเสื้อ แล้วหันหลังเดินกลับบ้าน
เอกสารปึกหนาที่เธอสะพายมาถูกเก็บเข้าไปในมิติส่วนตัวตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
ฟางเสี่ยวหลานเดินมาถึงหน้าบ้าน กำลังจะผลักประตู แต่พอมือแตะบานประตู เธอก็ชะงัก
ตามปกติแล้วน่าจะมีคนกลับมาแล้ว
แต่ตอนนี้ในลานบ้านกลับเงียบผิดปกติ
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่เข้ามาในลานบ้าน ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาขาด ๆ หาย ๆ ดังมาจากข้างใน
เหมือนมีคนกำลังร้องไห้ แต่ร้องอย่างข่มกลั้น คล้ายเสียงถูกอุดไว้ในอะไรสักอย่าง จึงฟังไม่ชัด
เสียงดังมาจากห้องด้านใน
คล้ายเสียงของพี่สาวคนโต ฟางเสี่ยวเจวียน
ฟางเสี่ยวหลานเดินไปถึงหน้าห้องโถง ชะโงกมองเข้าไปแวบหนึ่ง
ฟางเว่ยหงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ หนังสือเรียนกางอยู่ตรงหน้า สีหน้าบอกไม่ถูกว่ากำลังกลุ้มใจหรืออึดอัด
ฟางเสี่ยวชิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงธรณีประตู มุมปากตก แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางห้องด้านในกับห้องของพ่อแม่เป็นระยะ
พ่อแม่ไม่ได้อยู่ในห้องโถง ประตูห้องของพวกเขาปิดอยู่ มีเสียงพูดคุยลอดออกมาจากช่องประตูเป็นระยะ
พี่รอง ฟางเว่ยจวินไม่อยู่ คงยังอยู่ที่โรงเรียน
ฟางเสี่ยวหลานยืนอยู่ตรงประตู ฟางเสี่ยวชิงเป็นคนแรกที่เห็นเธอ
“ในที่สุดก็กลับมาสักที”
น้ำเสียงของฟางเสี่ยวชิงเต็มไปด้วยความอยากระบายเรื่องที่อัดอั้นมาทั้งบ่าย
“ฉันอึดอัดจะแย่แล้ว พี่สามเอาแต่อ่านหนังสือ คุยด้วยก็ไม่สนใจ”
ฟางเสี่ยวหลานสงสัยอยู่ไม่น้อย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟางเสี่ยวชิงสนิทกันขนาดนั้นเลยหรือ?
ฟางเว่ยหงเงยหน้าขึ้นมองฟางเสี่ยวชิง แล้วเหลือบมองฟางเสี่ยวหลาน ก่อนก้มหน้าลงไปจ้องหนังสือเรียนตรงหน้าต่อ
ฟางเสี่ยวหลานเองก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ในใจจะพอเดาได้อยู่บ้าง แต่ก็ถามตามคำพูดของฟางเสี่ยวชิง
