วันที่ 23 เดือนสิบสอง วันส่งท้ายปีเล็ก
อากาศหนาวจัด ลานบ้านตระกูลฟาง แม่ฟางกำลังย่อตัวก่อไฟอยู่ข้างเตา
ฟางเสี่ยวหลานกำลังพับผ้าห่มอยู่ในห้องด้านใน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจอแจดังมาจากตรอก ปะปนกับเสียงร้องไห้แหลม ๆ ของใครบางคน
เสียงนั้นทั้งไกลทั้งใกล้ มีกำแพงกั้นอยู่หลายชั้นจนฟังไม่ชัด แต่ฟังจากเสียงร้องไห้แล้วเหมือนเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้น
ประตูรั้วลั่นเอี๊ยด ก่อนถูกผลักเปิดออก
แม่ฟางลุกขึ้นจากข้างเตา มือยังถือคีมคีบถ่าน แล้วชะโงกมองไปทางประตูรั้ว
เพื่อนบ้านหลายคนในตรอกกำลังรีบรุดไปทางเดียวกัน บางคนเดินไปพลางหันกลับมาตะโกนเรียกไปพลาง
“รีบไปดูเร็ว บ้านตระกูลโจวโดนขโมย! ตำรวจมากันแล้ว!”
“บ้านตระกูลโจวเหรอ?”
แม่ฟางชะงัก วางคีมคีบถ่านไว้ข้างเตา เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสองที
“บ้านตระกูลโจวไหน?”
“บ้านเลขที่ 117 ถนนหงฉีนั่นไง! ได้ยินว่าของหายไปตั้งเยอะ บ้านตระกูลโจวแจ้งตำรวจแล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำอยู่ข้างใน!”
เสียงป้าหวังข้างบ้านดังมาจากในตรอก แฝงความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น
แม่ฟางกลอกตาแกว่งไปมา ปลดผ้ากันเปื้อนพาดไว้บนเตา ก่อนหันกลับไปตะโกนเรียกคนในบ้าน
“บ้านตระกูลโจวเกิดเรื่องแล้ว แม่จะไปดูหน่อย!”
พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบ รีบก้าวตามฝูงชนไปทางท้ายตรอกทันที
ฟางเสี่ยวชิงโยนกระเทียมในมือทิ้ง ผุดลุกพรวดขึ้นมา ดวงตาเป็นประกายราวกับโคมไฟสองดวง
“หนูไปด้วย! หนูไปด้วย!”
แล้วก็วิ่งตามออกไปประหนึ่งสายลม
ฟางเสี่ยวหลานออกมาจากห้องด้านใน เห็นเพื่อนบ้านทยอยเดินไปทางบ้านเลขที่ 117 กันเป็นกลุ่มสองสามคน คนพวกนี้กระตือรือร้นกับเรื่องชาวบ้านจริง ๆ
ฟางเสี่ยวหลานลังเลอยู่สองสามวินาทีว่าจะไปดีไหม
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเธอก็เดินตามไป
หน้าบ้านเลขที่ 117 ถนนหงฉีมีคนมามุงดูไม่น้อยแล้ว
ฟางเสี่ยวหลานเบียดไปถึงขอบฝูงชน เห็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อบุฝ้ายผ้าสีเทายืนคุยกับตำรวจอยู่บนบันได
เธอรู้จักผู้หญิงคนนั้น แม่แท้ ๆ ของโจวเสวี่ยเหมย แซ่หลิว เป็นคนปากจัดที่มีชื่อเสียงในย่านนี้
เวลาเริ่มด่าใครขึ้นมา ด่าได้ตั้งแต่หัวตรอกยันท้ายตรอก ไม่มีซ้ำคำ
แต่วันนี้เธอไม่ด่าแล้ว เธอกำลังร้องไห้
