ช่วงหลายวันนี้ในเมืองหลวง มู่เหยียนชวนวิ่งวุ่นไปมาไม่ต่ำกว่าสิบแห่ง
ทั้งอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนของพ่อ เพื่อนร่วมงานเก่าของแม่หลายคน กระทั่งทหารยามที่ยืนเฝ้าหน้าประตูเขตบ้านพักกรมเสนาธิการใหญ่—
มู่เหยียนชวนอาศัยข้ออ้างว่าเมื่อก่อนเคยมาที่นี่ ยื่นบุหรี่ให้แล้วลองหยั่งเชิงถามสักสองสามคำ
อีกฝ่ายรับบุหรี่ไป แต่พูดเพียงประโยคเดียวว่า
“เจ้าหน้าที่มู่ ช่วงนี้อย่าเพิ่งมาเลยครับ ไม่เป็นผลดีกับคุณ”
มู่เหยียนชวนยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของกรมเสนาธิการใหญ่ มองบานประตูเหล็กสีเทาตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่ามันช่างแปลกหน้าเหลือเกิน
ตอนเด็ก ๆ เขาเคยมาที่นี่กับพ่อไม่รู้กี่ครั้ง ทหารยามผลัดเปลี่ยนกันไปแล้วหลายรุ่น แต่ไม่เคยมีใครขวางเขาเลย
ตอนนี้มู่เหยียนชวนไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองยังนับเป็นคนในประตูบานนี้อยู่หรือเปล่า
จากนั้นเขาไปกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง
แม่ทำงานที่นั่นมาสิบห้าปีแล้ว ส่วนอาเหอ ผู้ดูแลห้องเก็บแฟ้ม เป็นลูกศิษย์ที่แม่สอนมากับมือ
มู่เหยียนชวนรออยู่หน้าประตูตลอดบ่าย กระทั่งพลบค่ำอาเหอถึงรีบร้อนออกมา พอเห็นเขา ขอบตาก็แดงก่ำ แต่ฝีเท้าไม่ได้หยุดลง เพียงกดเสียงต่ำพูดว่า
“เหยียนชวน รีบไปเถอะ อย่าถามอาเหอเลย”
พูดจบก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ทุกเส้นสายที่มู่เหยียนชวนรู้จักถูกปิดตายหมดแล้ว
