ฟางเสี่ยวหลานชะงักไปสองวินาที
เกือบคิดไปแล้วว่าที่เธอออกแรงงัดอยู่ตั้งนานเป็นแค่ลังเล็ก ๆ ที่ใส่กระดาษเหลือทิ้ง
ห้องด้านในค่อนข้างมืด ฟางเสี่ยวหลานขยับตะเกียงน้ำมันก๊าดไปไว้ข้างหมอน แสงสีเหลืองสลัวส่องเข้าไปในลังไม้ ทำให้เห็นของข้างในได้ชัดเจน
ไม่ใช่กระดาษเหลือทิ้ง
แต่กลับเป็นตั๋วทั้งหมด
ตั๋วสารพัดชนิด ไม่ใช่แค่ใบสองใบ แต่เป็นตั้ง ๆ เรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ก้นลัง
ฟางเสี่ยวหลานหยิบตั้งที่อยู่บนสุดขึ้นมา แล้วอาศัยแสงตะเกียงพลิกดู
ตั๋วธัญพืชทั่วประเทศ ใบละ 10 ชั่ง ทั้งใหม่เอี่ยม ไม่มีแม้แต่รอยพับ ตราประทับสีแดงก็ประทับไว้อย่างเรียบร้อย
ฟางเสี่ยวหลานหยิบขึ้นมาอีกตั้ง เป็นตั๋วธัญพืชท้องถิ่น ใบละ 5 ชั่ง ใหม่เอี่ยมเหมือนกัน
หยิบขึ้นมาอีกตั้ง เป็นตั๋วธัญพืชของดี ใบละ 1 ชั่ง เรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ มีอย่างน้อยสามสี่สิบใบ
นิ้วของฟางเสี่ยวหลานลูบไล้ตั๋วธัญพืชเหล่านั้นเบา ๆ ความสนุกจากการลุ้นเปิดกล่องสุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีที่จับต้องได้
ตอนนี้เธอขาดอะไรมากที่สุดน่ะหรือ? ตั๋วต่าง ๆ นี่แหละ
ในยุคนี้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อของได้เสมอไป ต้องมีตั๋วด้วยถึงจะซื้อได้
เงินในมิติส่วนตัวของเธอมีไม่น้อยแล้ว แต่ตั๋วแลกซื้อกลับเป็นปัญหาใหญ่เสมอมา
ตั๋วที่แลกมาจากตลาดมืดครั้งก่อนมีไม่พอเลย
แต่ตอนนี้กลับได้ของที่ต้องการมาให้ถึงที่
ฟางเสี่ยวหลานวางตั๋วธัญพืชตั้งนั้นกลับลงไป แล้วค้นต่อ
ตั๋วผ้า ก็เป็นตั้ง ๆ มัดไว้ด้วยหนังยาง
ทั้งยังใหม่เอี่ยม ไม่มีรอยยับแม้แต่นิดเดียว
ฟางเสี่ยวหลานวางตั๋วผ้ากลับลงไป แล้วค้นต่อ
ตั๋วสินค้าอุตสาหกรรม ฟางเสี่ยวหลานพลิกดู แล้วก็เห็นตั๋วอยู่หลายใบที่ไม่เหมือนกัน เป็นตั๋วจักรยาน
นิ้วของฟางเสี่ยวหลานชะงัก เธอดึงตั๋วเหล่านั้นออกมา แล้วขยับไปดูใกล้ตะเกียงอย่างละเอียด
ตั๋วจักรยาน 2 ใบ ไม่ใช่ตั๋วสินค้าอุตสาหกรรมธรรมดา แต่เป็นตั๋วเฉพาะสำหรับซื้อจักรยาน บนกระดาษสีเหลืองอ่อนพิมพ์คำว่า “ใบอนุญาตซื้อจักรยาน” ไว้ มีตราประทับสีแดงและหมายเลขกำกับชัดเจน
