หลินหงเหมยยืนอยู่ตรงปากตรอก มือกำหูหิ้วตะกร้าไม้ไผ่แน่น
แผ่นหลังของฟางเสี่ยวหลานหายลับไปตรงหัวมุมถนนแล้ว แต่เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปยังทิศทางนั้นไม่ขยับ
หูหิ้วตะกร้ารัดนิ้วจนชา แต่เธอไม่รู้สึกตัวเลย
ฟางเสี่ยวหลานอีกแล้ว
ราวสองสัปดาห์ก่อน ตอนเธอเลิกเรียนกลับบ้าน
ระหว่างทางเธอเดินลัดผ่านตรอกนี้ แล้วก็เห็นเงาคนเดินออกมาจากข้างหน้าแต่ไกล—เป็นฟางเสี่ยวหลาน
เสื้อผ้าสีหม่น มอมแมม ก้าวเท้าเร็วและเร่งรีบ แค่พริบตาเดียวก็เดินห่างออกไปแล้ว
ตอนนั้นเธอยังคิดว่าตัวเองตาฝาด!
แต่วันนี้กลับเห็นอีกแล้ว!
บ้านของฟางเสี่ยวหลานอยู่ที่ถนนหงฉี ซึ่งไม่ได้ใกล้แถวนี้เลย เธอมาคนเดียวถึงที่นี่ทำไมกัน?
จากทิศทางที่เธอเดินมา ถ้าเดินเข้าไปก็มีแค่บ้านคนไม่กี่หลังกับร้านตัดเสื้ออีกหนึ่งร้าน ไม่มีอะไรอย่างอื่น
หลังจากนั้นหลินหงเหมยยังจงใจเดินไปตามตรอกนั้น เพื่อดูว่าข้างในมีอะไรกันแน่
หรือฟางเสี่ยวหลานจะมาที่ร้านตัดเสื้อเพื่อสั่งตัดเสื้อผ้า? แล้วเธอเอาผ้ากับนุ่นมาจากไหน?
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ แม่ใช้ให้เธอออกมาซื้อซีอิ๊วกับเกลือ จริง ๆ แล้วเธอไม่อยากออกจากบ้านเลย—อากาศหนาวขนาดนี้ ลมพัดบาดผิวราวกับคมมีด ใครจะอยากออกไปข้างนอกกัน?
แต่แม่บอกว่าต้องใช้ทำอาหารตอนเย็น เธอจึงจำใจหิ้วตะกร้าออกมา
พอเดินมาถึงปากตรอก กำลังจะเลี้ยว ก็เห็นฟางเสี่ยวหลานเดินสวนมา
ฟางเสี่ยวหลานมาคนเดียว มือทั้งสองข้างว่างเปล่า ไม่ได้ถืออะไรมาเลย
เสื้อผ้าที่ใส่ก็ยังบางเหมือนเดิม—เสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินตัวเดียวที่ซักจนสีซีด ลมพัดทีไรก็แนบติดตัว ดูแล้วหนาวแทน
ตอนเดินผ่านกัน เธอแค่พยักหน้าให้ ไม่พูดสักคำ แล้วก็เดินจากไป
ยังมีเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วอีก
เธอไปส่งของที่บ้านป้าซึ่งอยู่ถนนใต้
ถนนใต้เป็นถนนที่คึกคักที่สุดในเจียงเฉิง บ้านป้าอยู่ในตรอกด้านหลังถนนใต้
วันนั้นตอนออกจากบ้านป้าก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว ฟ้ายังสว่างอยู่
หลินหงเหมยเดินไปตามถนนใต้ ฝ่าฝูงชนที่ขวักไขว่
เธอเดินห่างจากห้างสรรพสินค้าอยู่พอสมควร จู่ ๆ ก็ชะงักฝีเท้า
ฟางเสี่ยวหลาน
ฟางเสี่ยวหลานกำลังเดินออกมาจากตรอกข้างทาง ก้มหน้าและก้าวเท้าเร็ว
