ฟางเสี่ยวหลานแทบจะหนีออกมาจากโรงพยาบาลประจำอำเภอ
เธอวิ่งรวดเดียวผ่านไปสองถนน ก่อนเลี้ยวเข้าไปในตรอกของถนนตะวันออก แผ่นหลังพิงประตูรั้ว หอบหายใจอยู่พักใหญ่ กว่าความร้อนบนใบหน้าจะค่อย ๆ จางลง
ลมหนาวพัดกรูเข้ามาจากปากตรอก บาดปลายหูของฟางเสี่ยวหลานจนเจ็บแปลบ
คำว่า “มาเป็นแฟนฉัน” ของหลิงเยว่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ไม่ว่าอย่างไรก็สลัดไม่หลุด แถมยังทำให้ใบหูร้อนผ่าวจนชา
ฟางเสี่ยวหลานซุกหน้าเข้าไปในผ้าพันคอ แล้วด่าตัวเองอย่างหงุดหงิด
ฟางเสี่ยวหลาน ดูเธอสิ! แค่เขาพูดประโยคเดียวก็วิ่งหนีแล้ว อย่างกับหนีหัวซุกหัวซุน
แต่พอภาพสายตาของหลิงเยว่ตอนพูดประโยคนั้นผุดขึ้นมาในหัว—
ดวงตาคู่นั้นปกติเย็นชาและลึกล้ำ ทว่าชั่วขณะนั้นกลับสว่างวาบราวกับเปลวไฟกำลังลุกโชน เธอก็รู้สึกขาอ่อนขึ้นมาทันที
ฟางเสี่ยวหลานสูดหายใจลึก ก่อนยืดตัวออกจากประตูรั้ว
เธอล้วงกุญแจออกมา เสียบเข้าไปในรูกุญแจ กำลังจะหมุน—
ตรงหัวมุมปากตรอก มีเงาร่างสีเทาอมฟ้าวูบผ่านไป
มือของเธอชะงักค้าง
เสื้อบุนวมสีเทาอมฟ้าตัวนั้น กับท่าเดินที่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย—เป็นโจวเสวี่ยเหมย
สมองของฟางเสี่ยวหลานพลันตื่นตัวขึ้นมาทันที
ป่านนี้โจวเสวี่ยเหมยไม่อยู่ที่โรงแรมรับรอง แล้วออกมาเดินเพ่นพ่านทำไม?
ฟางเสี่ยวหลานดึงกุญแจออกมา แล้วเก็บกลับเข้ากระเป๋า
เธอค่อย ๆ ปิดประตูรั้วอย่างเบามือไร้เสียง จากนั้นแนบตัวไปกับกำแพง ตามไปทางที่โจวเสวี่ยเหมยหายลับไป
เธอตามไปประมาณ 50 เมตร ก็เห็นโจวเสวี่ยเหมยเลี้ยวเข้าไปในตรอกที่แคบกว่าเดิม—ไม่ใช่ทางกลับโรงแรมรับรอง แต่เป็นทางไปทางตะวันตกของตัวอำเภอ
ทางตะวันตกของตัวอำเภอมีอะไรน่ะหรือ? เธอรู้ดีนักละ เพราะเธอก็แอบไปเหมือนกัน!
ฟางเสี่ยวหลานย่องให้เบาที่สุด อาศัยเงามุมกำแพงพรางตัว แล้วตามห่าง ๆ อยู่ด้านหลัง
โจวเสวี่ยเหมยเดินไม่ช้าไม่เร็ว ดูท่าจะเคยเดินเส้นทางนี้มาแล้วไม่ใช่แค่ครั้งเดียว!
เลี้ยวผ่านทางแยกสองแห่ง เดินทะลุตรอกแคบที่มีผ้าปูเก่าขาด ๆ ตากอยู่ ข้างหน้าไปอีกก็จะเป็นบ้านเก่าชั้นเดียวเตี้ย ๆ ทางตะวันตกของตัวอำเภอ
ตลาดมืด
ใจของฟางเสี่ยวหลานหนักอึ้ง เธอหยุดฝีเท้าลง
เธอไม่ตามต่อแล้ว
