ฟางเสี่ยวหลานเดินตามหลิงเยว่กับเคอเสี่ยวลิ่วลงจากเขา
เคอเสี่ยวลิ่วเดินนำทางอยู่ข้างหน้า ปากก็เล่าเสริมเรื่องที่ยังพูดไม่จบเมื่อครู่นี้เป็นช่วง ๆ
“ผู้บังคับกองร้อยโจวสั่งให้ทุกคนที่อยู่บนเขาลงไปหมดแล้ว ช่างกัวจากฟาร์มเลี้ยงผึ้งถูกเรียกลงไปก่อนแล้วด้วย พี่หลิงว่าเรื่องนี้จะเป็นเพราะ...”
“หุบปาก” หลิงเยว่พูด
เคอเสี่ยวลิ่วรีบปิดปากทันที
ฟางเสี่ยวหลานเหลือบมองหลิงเยว่
พอใกล้ถึงตีนเขา เสียงเอะอะก็ลอยมา
ไม่ใช่เสียงคนสองคนกำลังพูดกัน แต่เป็นเสียงคนกลุ่มใหญ่
เสียงตะโกนวุ่นวายดังสลับกันไปมา
ฟางเสี่ยวหลานเลี้ยวผ่านแนวต้นเบิร์ชแถวสุดท้าย จู่ ๆ ก็ชะงักฝีเท้า
มองจากที่ไกล ๆ เห็นผู้คนยืนเต็มหน้าอาคารสำนักงานหน่วยผลิต
ตรงกลางเว้นพื้นที่กว้างไว้ มีคนสวมปลอกแขนสีแดงยืนอยู่ยี่สิบกว่าคน
ปลอกแขนสีแดง! หัวใจของฟางเสี่ยวหลานกระตุกวูบ!
ฟางเสี่ยวหลานรีบวิ่งเข้าไป แซงหลิงเยว่กับเคอเสี่ยวลิ่วที่อยู่ข้างตัว
ตู้หงอวี้ยืนอยู่กลางฝูงชน
ผมของเธอหลุดลุ่ยลงมาหลายปอย แก้มซ้ายมีรอยแดงอยู่หนึ่งแถบ ปกเสื้อก็เบี้ยวไปด้วย
“ตู้หงอวี้! สารภาพมาตามตรง!”
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อจงซานสีเทายืนอยู่ตรงหน้าตู้หงอวี้ มือชูสมุดปกแดงเล่มหนึ่ง เสียงแหลมก้องราวกับช้อนเหล็กขูดก้นหม้อ
“ตอนที่เธอได้เป็นผู้ฝึกสอนของหน่วยผลิตที่ 9 เมื่อปีก่อน เธออาศัยเส้นสายของใคร? เธอมีความสัมพันธ์อะไรกับใครในกองบัญชาการฟาร์ม? พูดมา!”
ตู้หงอวี้เงยหน้าขึ้น
“ฉันไม่ได้อาศัยเส้นสายของใครทั้งนั้น”
เสียงของเธอแหบพร่า แต่ทุกคำชัดถ้อยชัดคำ
“คำสั่งแต่งตั้งของฉันได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกองบัญชาการฟาร์ม มีบันทึกอยู่ในแฟ้ม พวกคุณตรวจสอบได้”
“ตรวจแล้ว!”
ชายวัยกลางคนฟาดสมุดใส่หน้าเธอจนหน้ากระดาษพลิกดังพรึ่บพรั่บ
