ลมบนภูเขาแรงกว่าด้านล่างมาก
“สหายฟาง ดูนี่สิ!”
เสียงช่างกัวดังมาจากหลังบ้านไม้ ฟังดูตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
ฟางเสี่ยวหลานปิดสมุดแล้วเดินไปหา เห็นช่างกัวยกแผ่นรวงผึ้งที่เพิ่งนำออกจากรังที่ป่วยขึ้นมา
ฝาปิดรวงผึ้งถูกขูดออกแล้ว น้ำผึ้งข้างในไม่ใช่สีน้ำตาลคล้ำเหมือนซีอิ๊วอย่างเมื่อวานอีกต่อไป หากจางลงเป็นสีอำพันอ่อน
“รังที่สองก็เปลี่ยนแล้ว!”
ช่างกัวพลิกแผ่นรวงผึ้ง ชี้น้ำผึ้งในช่องรวง
“ดูสีสิ เหมือนรังเมื่อวานเลย ยาที่ป้อนให้ตอนเช้าเริ่มเห็นผลแล้ว”
“ฉันเลี้ยงผึ้งมาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเห็นโรคที่หายไวขนาดนี้!”
ฟางเสี่ยวหลานรับแผ่นรวงผึ้งมาดู แล้วโน้มเข้าไปดม กลิ่นเปรี้ยวเน่าจางลง กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งกลับมาเด่นกว่าอีกครั้ง
“อาการของรังนี้เบากว่ารังเมื่อวาน ดีขึ้นเร็วก็เป็นเรื่องปกติ”
เธอคืนแผ่นรวงผึ้งให้ช่างกัว “ส่วนรังที่อาการหนักที่สุด ต้องสังเกตอีกสองวัน”
“รู้แล้ว ๆ”
ช่างกัววางแผ่นรวงผึ้งกลับเข้าไปในรังอย่างทะนุถนอม เบามือราวกับกำลังวางเครื่องเคลือบชิ้นหนึ่ง
“เรื่องที่เธอพูดเมื่อวานน่ะ เมื่อไหร่จะไปตรวจหาแหล่งพิษ?”
ฟางเสี่ยวหลานมองขึ้นไปบนภูเขา
ชายป่าต้นเบิร์ชเป็นประกายสีเงินขาวในแสงยามเช้า ยิ่งขึ้นไปด้านบน ป่าก็ยิ่งทึบ แสงยิ่งมืดลง
“รอคนจากหน่วยลาดตระเวนป่ามาก่อนค่ะ”
สิ้นเสียง ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากเชิงเขา ไม่ใช่คนเดียว แต่เป็นสองคน
