ตอนฟางเสี่ยวหลานนำไก่ฟ้ากลับมาถึงฟาร์มเลี้ยงผึ้ง ช่างกัวกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างเตา ทำอาหารเย็น
“ช่างกัว เพิ่มกับข้าวอีกอย่างนะคะ” ฟางเสี่ยวหลานวางไก่ฟ้าลงบนเขียง
ช่างกัวเงยหน้ามองไก่ฟ้าขนเป็นมันวาวตัวนั้น แล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนลดเสียงลงถามว่า
“ได้มาจากไหน?”
“ล่ามาค่ะ”
ช่างกัวลุกขึ้น เดินไปที่ประตูแล้วชะโงกมองออกไปข้างนอก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่จึงปิดประตู ก่อนหันกลับมามองฟางเสี่ยวหลาน สีหน้าไม่ค่อยดีนัก
“หนูเอ๊ย ฉันบอกเธอไปกี่ครั้งแล้ว? ของในป่าอย่าเอาออกมาให้คนอื่นเห็น ถ้ามีคนเห็นเข้า ต่อให้เธอมีปากเต็มตัวก็อธิบายไม่รู้เรื่องหรอก”
ฟางเสี่ยวหลานรู้ว่าช่างกัวเป็นห่วงเธอ จึงไม่เถียง เพียงพยักหน้า
“รู้แล้วค่ะช่างกัว หนูเอากลับมาตอนฟ้ามืด ไม่มีใครเห็นหรอกค่ะ”
ช่างกัวฮึดฮัด ก่อนเดินกลับมานั่งยอง ๆ หยิบไก่ฟ้าพลิกดู พลางพึมพำว่า
“ไก่ตัวนี้ไม่เล็กเลย ขนก็สวยด้วย... เอาเถอะ ฉันช่วยจัดการให้ เย็นนี้ตุ๋นกินกันสองคน อย่าไปบอกใครล่ะ”
“ค่ะ”
ฟางเสี่ยวหลานนั่งยอง ๆ ลงไปช่วยเติมฟืน แสงไฟในเตาส่องกระทบใบหน้าของเธอ
ช่างกัวจัดการไก่ฟ้าเสร็จแล้วก็ใส่เนื้อไก่ลงหม้อ เติมเห็ดแห้งกับขิงหั่นสองสามแผ่น ก่อนปิดฝาหม้อ
“ตั้งตุ๋นไว้ได้เลย”
เขาลุกขึ้นปัดเข่า “ฉันไปให้อาหารผึ้งก่อน เธอคอยดูไฟนะ”
ฟางเสี่ยวหลานรับคำ
คืนนั้น ฟางเสี่ยวหลานนอนอยู่ในความมืด ความคิดในหัวปั่นป่วนไปหมด
วันนี้หลิงเยว่ให้เธอกินเนื้อเสียบไม้ บอกให้เธอพกหน้าไม้ แล้วยังยื่นไก่ฟ้าให้เธออีก... ทั้งหมดนี่หมายความว่ายังไงกัน? เขาคิดว่าเธอมีประโยชน์ เลยอยากชวนเข้าพวกหรือเปล่า? หรือว่า...
ฟางเสี่ยวหลานพลิกตัว ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคาง
แล้วภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
ตอนหลิงเยว่นั่งยอง ๆ มัดหมูป่าอยู่บนหิมะ เสื้อบุนวมของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นผิวตรงเอวอยู่นิดหนึ่ง
เอวเขาคอดมาก กล้ามเนื้อเป็นแนวลากจากใต้ซี่โครงลงไปจนถึงใต้ขอบกางเกง บนผิวมีแผลเป็นเก่าจาง ๆ หลายรอย สะท้อนแสงสีขาวอ่อนใต้แสงหิมะ
ฟางเสี่ยวหลานซุกหน้าลงกับหมอน
เธอกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?
เธอกำลังนึกถึงเอวของผู้ชายคนหนึ่งอยู่หรือ?
