เมื่อถานเหยี่ยนโจวชี้แนะ หลี่จิ้งเหม่ยก็เข้าใจเรื่องการใช้เงินอย่างถ่องแท้
เธอไม่มองเรื่องนี้เป็นภารกิจประจำเดือนอีกต่อไป แต่ตั้งใจใช้เงินไปกับประสบการณ์และการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เช้าวันต่อมา หลี่จิ้งเหม่ยกินมื้อเช้ากับถานเหยี่ยนโจวเสร็จ มองส่งเขาออกไปแล้วจึงขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมออกจากบ้าน
ผนังกระจกในห้องแต่งตัวสะท้อนร่างของหญิงสาวที่ผิวเนียนเกลี้ยงเกลาและมีเสน่ห์ ผิวพรรณอ่อนนุ่ม มีทั้งคอลลาเจนและความสดใสแบบคนวัย 20 ปี
เธอหยิบกระโปรงตัวหนึ่งมาเปลี่ยน ตอนยืดแขนออก รอยจูบข้างอกกับรอยนิ้วมือบริเวณต้นขาก็เผยให้เห็น
รอยสีชมพูจาง ๆ ไม่เข้มมาก ดูชวนให้คิดไปไกล ไม่นานชายกระโปรงก็ทิ้งตัวลงมาปกปิดรูปร่างงดงามและร่องรอยที่ผู้ชายจงใจทิ้งไว้เมื่อคืน
ในกระจก หญิงสาววัยเยาว์สวมเดรสสีฟ้าน้ำทะเลเปิดไหล่ แขนเสื้อเป็นระบายพลิ้ว ทั้งชุดดูสดใสและคล่องแคล่ว
จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว หลี่จิ้งเหม่ยจึงออกเดินทางพร้อมบอดี้การ์ด
วันนี้เธอจะไปทำเล็บ ที่อยู่คืออาคารซีเม่าตึกซี ชั้น 17 ห้อง 01-14
เธอเห็นรีวิวในอินเทอร์เน็ตว่าร้านทำเล็บที่นี่ดีที่สุดในเมืองหลวง จะออกแบบใหม่หรือทำตามแบบก็ได้ ราคาต่อคนอยู่ที่ประมาณ 4,000 หยวน เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่
สิบโมงเช้า รถจอดในลานจอดรถใต้ดิน หลี่จิ้งเหม่ยเลือกบอดี้การ์ดหญิงคนหนึ่งขึ้นไปด้วย ส่วนคนที่เหลือไม่ต้องตามไป
ระหว่างขึ้นลิฟต์ บรรยากาศเงียบมาก เธอมองบอดี้การ์ดที่สูงกว่าเธอหนึ่งช่วงศีรษะ แล้วถามเสียงเบาว่า “คุณชื่ออะไรเหรอ?”
ในบรรดาบอดี้การ์ดสี่คนที่ป้าหลานจัดมาให้ คนนี้ดูดุดันที่สุดและไม่ค่อยยิ้ม แต่รูปร่างแข็งแรง กล้ามเนื้อได้รูป ไม่ดูน่ากลัว ทั้งยังมีเส้นสายสวยงาม ให้ความรู้สึกเท่และสง่างาม
บอดี้การ์ดหญิงก้มมองเธอ ตอบอย่างนอบน้อมว่า “คุณนายคะ ฉันชื่อถิงเย่ค่ะ”
“อายุเท่าไหร่เหรอ?”
“22 ค่ะ”
หลี่จิ้งเหม่ยตกใจ “ยังสาวขนาดนี้เลยเหรอ?!”
พอรู้ว่าคำพูดนี้อาจทำให้เข้าใจผิด เธอก็รีบโบกมืออธิบายว่า
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ แค่แปลกใจนิดหน่อย คุณดูเท่มากเลย”
