ในห้องเรียนส่วนตัว ครูต่างชาติที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนเรียกชื่อหลี่จิ้งเหม่ยอีกครั้ง
“ลิโอรา?”
เธอถามอย่างใส่ใจว่าต้องการพักผ่อนเพื่อปรับอารมณ์หรือไม่
ตั้งแต่เริ่มเรียนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หลี่จิ้งเหม่ยก็ใจลอยระหว่างฝึกฟังจับใจความอยู่บ่อยครั้ง ไม่มีสมาธิเลย ก่อนหน้านี้ครูต่างชาติถามเธอไปแล้วถึงสี่ครั้ง
“ขอโทษนะคะ ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียวสักพัก” หลี่จิ้งเหม่ยตอบเป็นภาษาอังกฤษ เธอทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ
เธอยังคงคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ทั้งคำใส่ร้ายและคำด่าทอจากคนในครอบครัว รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนที่ยืนมองอยู่ หลี่จิ้งเหม่ยคิดวนไปวนมา จนไม่มีทางทำใจให้สงบแล้วตั้งใจเรียนได้
ครูต่างชาติพยักหน้าแล้วออกไปชั่วคราว ปล่อยให้เธอได้ปรับอารมณ์
หลี่จิ้งเหม่ยกอดอกแล้วฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งหงุดหงิดก็ยิ่งน้อยใจ เธอเกลียดนิสัยขี้ขลาดของตัวเองมาก ไม่รู้จักสวนกลับหรือด่าคน
ตั้งแต่เด็กจนโต เวลาโดนคนอื่นปล่อยข่าวลือหรือใส่ร้าย เธอทั้งน้อยใจทั้งโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ปากไม่เอาไหน สมองก็ไม่แล่น ยิ่งคิดยิ่งมึนเป็นก้อนแป้ง พูดรัว ๆ เหมือนปืนกลไม่ได้ ทำได้แค่อดทนกล้ำกลืนความโกรธ
เพราะงั้นทุกครั้งที่เจอเรื่องแบบนี้ ซืออวี่จะเป็นเหมือนเกราะป้องกันให้เธอ คอยช่วยสวนกลับ ส่วนเธอก็หลบอยู่ข้างหลังแล้วพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับแค่นั้นก็เท่ากับตัวเองได้ด่าพวกนั้นแล้ว
วันนี้เสี่ยวตงก็ช่วยด่าให้เธอด้วย เก่งมากเลย พูดได้รัวเป็นชุดในพริบตา
หลี่จิ้งเหม่ยตบปากตัวเองเบา ๆ แล้วด่าตัวเองเสียงแผ่วว่าไม่ได้เรื่อง
“คุณนาย คุณ...”
เจิงหยางยืนอยู่ตรงประตู เรียกเธออย่างงุนงง เขาเพิ่งมาถึงห้องเรียนส่วนตัว เคาะประตูไปสามครั้ง หลี่จิ้งเหม่ยไม่เพียงไม่ได้ยิน แต่ยังตบปากตัวเองอยู่ด้วย
