วันรุ่งขึ้น หลี่จิ้งเหม่ยไปเรียนที่สถาบันตามเวลาเหมือนเคย
รถจอดหน้าประตู ถิงเย่กางร่มเดินไปส่งเธอด้านใน
“หลี่เนี่ยนตี้!”
ชื่อที่ไม่คุ้นหูแต่คุ้นเคยในความทรงจำดังขึ้นตามมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย ทำให้ร่างของหลี่จิ้งเหม่ยสะท้าน ริมฝีปากเม้มแน่น
ถิงเย่ขมวดคิ้ว หันไปมองทางต้นเสียง
เพียงชั่วครู่เดียว สองสามีภรรยาตระกูลหลี่ก็พาลูกชายบุกมาถึงหน้าประตูสถาบัน แล้วเริ่มชี้หน้าด่าทอหลี่จิ้งเหม่ยอย่างไม่สนใจใคร
“เก่งขึ้นแล้วนี่ ทิ้งผัวตัวเองแล้วหนีเข้าเมืองใหญ่มาจับผู้ชาย!”
หวังเสี่ยวเฟินหน้าตาดูซื่อ ๆ แต่พอด่าคนกลับปากจัดและใจร้าย ไม่เห็นหลี่จิ้งเหม่ยเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“แต่งตัวอะไรของแก เปิดพุงแบบนี้ ไม่อายบ้างหรือไง? แต่งตัวยั่วขนาดนี้ อยากให้ผู้ชายพวกนั้น...”
ถิงเย่ทำหน้าเย็นชา ตัดบทเธอ “พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย!”
หลี่จื้อจวินตวาดเสียงกร้าว “เด็กผู้หญิงอย่างแกอย่ามายุ่ง นี่เป็นเรื่องในครอบครัวเรา!”
“หลี่เนี่ยนตี้ ถ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่บ้างก็กลับบ้านกับเรา เจียอวี้ไม่ทิ้งแกหรอก”
เสียงดังเอะอะไม่น้อย นักเรียนหรือครูต่างชาติที่เข้าออกสถาบันย่อมอดหันมาสนใจสถานการณ์ทางนี้ไม่ได้
ถิงเย่พูดเสียงเบา “คุณนายเข้าไปก่อนนะคะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง”
ตอนนั้นเอง หลี่อี้เฉิงเพิ่งได้สติจากการเห็นพี่สาวแท้ ๆ สวยสะดุดตาในระยะใกล้ เขาตะโกนเสียงดัง ราวกับอยากทำลายชื่อเสียงของหลี่จิ้งเหม่ยให้ป่นปี้
“ทุกคนมาดูนี่สิ ผู้หญิงคนนี้เป็นพี่สาวคนที่สองของผม สนิทสนมกับพี่เขยมาตั้งแต่เด็ก ก่อนแต่งงานก็ทำให้พี่เขยพิการ แถมยังหลอกเขาจนหัวปั่น ให้ซื้อของโน่นนี่ให้ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่!”
“พี่เขยผมก็ซื่อกับเธอจะตาย ทุ่มเทให้หมดใจ ทะนุถนอมแทบจะอุ้มไว้ในมือ! แต่เธอกลับยังไม่รู้จักพอ วันจัดงานแต่งก็ขโมยเงินหนีมาเมืองหลวง ทำให้พวกเราตามหาแทบแย่!”
