เดือนมิถุนายนเป็นช่วงต้นฤดูร้อน ฟ้าสว่างตั้งแต่เช้าตรู่
แสงสีขาวอมฟ้าอ่อนละมุนลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่าน สาดลงบนเตียงใหญ่เงียบ ๆ เผยให้เห็นชายหญิงที่นอนแนบชิดกัน
ถานเหยี่ยนโจวโอบหลี่จิ้งเหม่ยจากด้านหลัง ซุกใบหน้าลงตรงซอกคอของหญิงสาว กอดเธอไว้แน่น
หลี่จิ้งเหม่ยตื่นตั้งแต่เมื่อสองนาทีก่อน หลังจากนอนนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานตัวเองไปจดทะเบียนสมรสแล้ว
ตอนนี้เธอย้ายเข้ามาอยู่บ้านคุณถาน
คุณถาน...
ขนตางอนหนาของหญิงสาวสั่นไหว เธอรู้สึกว่าร่างกายซีกหนึ่งเริ่มชา แผ่นหลังแนบชิดกับแผงอกอุ่น ๆ ส่วนตรงซอกคอก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รินรดอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้เธอกำลังถูกเขากอดอยู่
หลี่จิ้งเหม่ยไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายที่โตเป็นผู้ใหญ่คนไหนขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ถังเจียอวี้ก็ยังไม่เคย
เธอเขินอายจนหน้าแดง ลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือใหญ่ที่พาดอยู่บนเอวออก ตอนปลายนิ้วแตะโดนนิ้วของชายหนุ่ม ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจหลี่จิ้งเหม่ยคือ
ข้อนิ้วเขายาวจัง ไม่นุ่มเท่ามือเธอเลย กระดูกแข็งมาก
“เป็นอะไรไป?”
เสียงทุ้มแหบดังมาจากด้านหลัง ถานเหยี่ยนโจวเองก็ตื่นแล้ว เขาลืมตาขึ้น ก่อนจะถูใบหน้ากับใบหูของเธออย่างเคยชิน แล้วก้มลงสูดกลิ่นหอมหวานบนตัวหญิงสาว
เมื่อคืนหลังจากคุยกันจนเข้าใจ หลี่จิ้งเหม่ยก็นอนหลับอย่างสบายใจ แต่ถานเหยี่ยนโจวกลับนอนไม่หลับ
เขาจึงฉวยโอกาสที่เธอหลับ ดึงเธอเข้ามาอยู่ข้างตัว
วินาทีที่กอดเธอไว้ ความคิดแรกของเขาคือ นุ่มขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
หัวใจหลี่จิ้งเหม่ยเต้นรัว เธอตอบว่าไม่มีอะไร “ฉันอยากลุกแล้วค่ะ”
“เพิ่งหกโมงสิบเอง นอนต่ออีกหน่อยก็ได้” เขาถาม “นอนไม่หลับเหรอ?”
