หลี่จิ้งเหม่ยก้มหน้าก้มตา มือเกาะกันแน่นอย่างประหม่า
จู่ ๆ ก็ได้ยินถานเหยี่ยนโจวเอ่ยขึ้นมา เธอชะงัก หัวใจเต้นถี่ขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เม้มริมฝีปาก ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมา เงยหน้ามองเขาอย่างหวาด ๆ
พอมองไปก็เห็นว่าชายหนุ่มกางแขนรออยู่แล้ว ใบหน้าหล่อเหลาและสุขุมมีรอยยิ้มบาง ๆ รอให้เธอเข้ามาในอ้อมกอด
“เด็กดี มานี่สิ”
เขารู้ว่าภรรยายังเด็กเกินไป ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว บางเรื่องจึงต้องค่อย ๆ ชี้แนะ เธอถึงจะก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าเหมือนหอยทากตัวน้อย
หลี่จิ้งเหม่ยวางท่าได้ไม่ถึงสองวินาที ก็เดินไปหาเขาอย่างว่าง่าย
วินาทีต่อมา ฝ่ามือร้อนผ่าวของชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเธอ ดึงเข้ามากอดไว้
“คิดถึงฉันไหม?”
มือข้างหนึ่งโอบเอวบางของภรรยาไว้ ส่วนอีกข้างลูบคลำข้อมือ นิ้วมือบีบเนื้อนุ่มไปมาไม่หยุด ถานเหยี่ยนโจววางคางบนกระหม่อมของเธอ ถูไถเบา ๆ ก่อนก้มลงแนบขมับกับหน้าผากของหญิงสาว ราวกับกำลังคลอเคลียใกล้ชิด แล้วถามคำถามเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง
คิดถึงฉันไหม?
ถานเหยี่ยนโจวคิดถึงภรรยามาก
แก้มครึ่งซีกของหลี่จิ้งเหม่ยแนบอยู่กับอกชายหนุ่ม ถูกกอดไว้แน่น ไออุ่นแผ่ซ่านจากร่างเขาไม่ขาดสาย เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ และกลิ่นอายของคนที่เพิ่งเดินทางไกล
“คิดถึงค่ะ...” เปลือกตาเธอสั่นไหว ก่อนตอบอย่างว่าง่าย
หลี่จิ้งเหม่ยเงยหน้ามองใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม “คุณกลับมาทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะคะ?”
เธอไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย
“จะได้เซอร์ไพรส์เธอไง” ถานเหยี่ยนโจวก้มลงสูดกลิ่นหอมหวานจากตัวเธอ กลิ่นนั้นยิ่งหอมอบอวลเป็นพิเศษในช่วงกลางฤดูร้อน
