กินข้าวเสร็จ ทั้งสามคนก็เดินออกจากร้านอาหาร
ฟ้ามืดสนิทแล้ว ไฟถนนสองข้างทางสว่างไสว
สายลมยามเย็นพัดผ่าน ช่วยพัดไล่ไอร้อนในตอนกลางวันไปไม่น้อย พัดโดนตัวแล้วรู้สึกสบายดี
ริมถนนมีแผงขายแตงโม แตงโมที่ผ่าแล้ววางเรียงอยู่บนแผ่นไม้ เนื้อแดงเมล็ดดำ แค่มองก็รู้ว่าหวาน
เฉินเยว่เดินไปซื้อมาเสี้ยวหนึ่ง ทั้งสามยืนกินกันอยู่ริมถนน คนละชิ้นสองชิ้น
“พรุ่งนี้สัมภาษณ์ก็สู้ ๆ นะ” เฉินเยว่พูดพลางแทะแตงโม “ผมกับพี่กู้จะยืนเฝ้าอยู่ข้างนอก”
“จะมายืนเฝ้าอะไร” กู้หยานตบเขาเบา ๆ “ผมเป็นทีมงาน อยู่ข้างในอยู่แล้ว”
“ยิ่งดีเลย” เฉินเยว่ยิ้ม “ถึงตอนนั้นผมจะส่งโพยให้สักแผ่นอะไรทำนองนั้น”
“พี่ หยุดเลยครับ” ลู่เหรินหัวเราะ “อย่ามาช่วยจนเรื่องพังก็พอ”
ทั้งสามหัวเราะกันอยู่พักหนึ่ง
กินแตงโมเสร็จ ทั้งสามก็แยกกันตรงหัวถนน
กู้หยานกับเฉินเยว่กลับหอพักของโรงพยาบาล ส่วนลู่เหรินกลับโรงแรม
ลู่เหรินเดินกลับโรงแรมเพียงลำพัง
บนถนนมีคนไม่มากนัก นาน ๆ ทีจะมีรถแล่นผ่าน แสงไฟหน้ารถกวาดไปบนพื้นถนน ก่อนจะลับหายไปตรงหัวมุม
ในหัวของเขาครุ่นคิดถึงเรื่องสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้
คำเตือนของหลิวเหมย์บ่งบอกว่า การสัมภาษณ์จะเน้นด้านงานวิจัยอย่างแน่นอน
จุดอ่อนของเขาก็เป็นด้านงานวิจัยจริง ๆ
แม้จะมีประสบการณ์จากชาติก่อน แต่ประสบการณ์ทั้งหมดล้วนเป็นด้านการแพทย์คลินิก
ส่วนงานวิจัยเรื่อง UBA1 กับสายพันธุ์แปรผันจากการตัดต่อที่เขากำลังทำอยู่ หากพูดออกไปก็ถือเป็นงานแนวหน้าสุด ๆ
แต่จะพูดมากเกินไปไม่ได้ วงการวิชาการแคบมาก ข่าวแพร่ไปเร็ว
เขาต้องรู้จักวางขอบเขตให้ดี!
กลับถึงโรงแรม เขาอาบน้ำแล้วมานั่งที่โต๊ะ
