เถาสีกับหวงสีพยักหน้าด้วยความพอใจ ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อผู้เฒ่าทั้งสองแห่งตระกูลเพ่ยและพี่น้องเพ่ยหยวนซิวยิ่งเพิ่มพูนขึ้น แต่ก่อนก็ชอบครอบครัวนี้อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งชอบมากกว่าเดิม
“ชิงชิงอายุครบสิบสามแล้วใช่ไหม อีกไม่กี่ปีก็ถึงวัยดูตัวแล้ว มีหนุ่มที่ถูกใจหรือยัง” หวงสีครุ่นคิด หลานชายของนางก็เป็นบัณฑิต อายุแก่กว่าชิงชิงสามปีพอดี หากสองตระกูลได้ดองกัน ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ญาติสนิทได้เป็นญาติสนิทกันยิ่งขึ้น
เพ่ยชิงชิงหน้าแดงขึ้นมาทันที “พี่สะใภ้รอง ข้ายังเด็กอยู่ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก”
หลินอวี่เหนียวก็คิดว่าชิงชิงยังเด็กอยู่ ถึงจะเทียบกับยุคปัจจุบันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ควรรอให้อายุสิบแปดค่อยแต่งงาน ไม่เช่นนั้นจะไม่ดีต่อร่างกาย
“สิบสามก็ไม่น้อยแล้ว ควรเริ่มใส่ใจบ้าง ไม่อย่างนั้นบุรุษดี ๆ จะถูกตระกูลอื่นหมายปองไปหมด” หวงสียกถ้วยชาขึ้นจิบ
เถาสีเองก็กลุ้มใจเรื่องคู่ครองของชิงชิงมาโดยตลอด พอได้ยินหวงสีพูดเช่นนี้ ในใจก็เริ่มมีความคิด “พี่สะใภ้รองของอวี่เหนียว มีหนุ่มรุ่นเยาว์ที่เหมาะสมบ้างหรือไม่”
หวงสีกำลังจะเอ่ยปาก หลินอวี่เหนียวก็รีบขัดขึ้นก่อน “ท่านแม่ เรื่องคู่ครองของชิงชิงยังไม่ต้องรีบ หยวนซิวจะเข้าสอบขุนนางระดับมณฑลเดือนแปดปีหน้า เรื่องของชิงชิงค่อยว่ากันทีหลัง”
หลินอวี่เหนียวยิ้มมองพี่สะใภ้รองหวงสี “พี่สะใภ้รองคิดจะจับคู่หวงป๋อยวานกับชิงชิงของบ้านเราสินะ ข้าว่าไม่เหมาะหรอก หากพี่เอ่ยเรื่องนี้ต่อหน้าพี่สะใภ้หวง ข้าเกรงว่าพี่สะใภ้หวงคงเอาไม้กวาดไล่ตีพี่ออกมาแน่!
พี่สะใภ้รองก็รู้สถานการณ์ของบ้านเราดี พี่ไม่ถือสา แต่พี่สะใภ้หวงจะไม่ถือสาหรือ พี่ยังไม่รู้นิสัยของนางอีกหรือ นางรักป๋อยวานราวกับแก้วตาดวงใจ หากรู้ว่าพี่หาชิงชิงบ้านเราให้หลานชาย นางต้องโกรธพี่แน่”
