“พี่ทานฉือ อู๋อิน ทำไมมือถือที่ฉันซื้อให้เฉิงอี้หนิงนังผู้หญิงสารเลวคนนั้นเมื่อก่อนถึงมาอยู่กับพวกคุณได้ล่ะ?” เว่ยเชิ่นถาม
ตอนนี้อู๋อินฟังชื่อเฉิงอี้หนิงกับคำว่า ‘ผู้หญิงสารเลว’ ปรากฏพร้อมกันไม่ได้จริง ๆ
อย่างน้อยชื่อนั้นก็เป็นชื่อที่เธอใช้มาสิบกว่าปี
“ต่อจากนี้ห้ามด่าเฉิงอี้หนิงอีก” อู๋อินกระโดดลงจากโซฟา
“ฉันด่าเฉิงอี้หนิง แล้วเธอยืนสูงขนาดนี้ประท้วงทำไม?” เว่ยเชิ่นมองอู๋อิน “อย่าบอกนะว่าเธอเข้าข้างคนนอก จะไปอยู่ฝั่งเฉิงอี้หนิงแล้วหรือไง?”
พอคิดว่าในเรื่องนี้เว่ยเชิ่นเป็นคนบริสุทธิ์ที่สุด อู๋อินก็ตัดสินใจว่าจะใจกว้างกับเขาสักหน่อย
เธอกระโดดลงจากโซฟาแล้วเดินไปหาเว่ยเชิ่น ใบหน้าเกือบจะแนบกับหน้าเขา ทำเอาเว่ยเชิ่นตกใจจนถอยกรูด
“พี่ทานฉือ! พี่เห็นแล้วนะ! ไม่ใช่ผมเข้าไปแนบเธอ แต่เธอเป็นฝ่ายเข้ามาแนบผมเอง! ถ้าพี่ไม่พอใจก็ไปว่าเธอ อย่ามาจัดการผมสิ~” เว่ยเชิ่นรีบอธิบายกับทานฉือ
ทานฉือยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปดึงอู๋อินกลับมา
“คุณทำเขาตกใจแล้ว” ทานฉือเตือนอู๋อิน
อู๋อินส่งเสียง “อ้อ” แล้วหันไปมองเว่ยเชิ่น เธอชี้หน้าตัวเองแล้วถามเขา “ดูหน้าฉันสิ เหมือนหน้าของผู้หญิงที่ชื่อเฉิงอี้หนิงคนนั้นไหม?”
“เหมือน” เว่ยเชิ่นพยักหน้า “ฉันไม่ได้บอกเธอไปตั้งนานแล้วหรือไงว่าเธอกับเฉิงอี้หนิงก่อนศัลยกรรมหน้าเหมือนกันเป๊ะ? ต่อให้เป็นฝาแฝดยังไม่เหมือนกันขนาดนี้เลย”
“แล้วมีความเป็นไปได้ไหมว่าฉันต่างหากที่เป็นเฉิงอี้หนิง?” อู๋อินถาม
