เว่ยเชิ่นสร่างเมาไปเกือบหมดแล้ว “นายบอกว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่เหรอ?”
“ไม่ใช่แค่ไม่มีคนอยู่ครับ แต่ที่นี่ไม่มีที่ให้คนอยู่เลย” คนขับรถแทนบอก “ครั้งหนึ่งผมขับรถหลงทาง แล้วระบบนำทางพามาที่นี่ ผมขับวนอยู่แถวนี้ตั้งนาน ผมคุ้นทางดี ที่นี่ไม่มีคนอยู่จริง ๆ ครับ”
เว่ยเชิ่นกระตุกมุมปาก “หึ ไม่คิดเลยว่าพี่ทานฉือก็มีวันที่โดนหลอกเหมือนกัน ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะนี่เป็นพวกต้มตุ๋นทั้งนั้น”
เว่ยเชิ่นจ่ายเงินให้คนขับรถแทนแล้วให้เขากลับไปก่อน ส่วนตัวเองยังตัดสินใจรอดักคนอยู่ที่นี่
ถ้าเว่ยเชิ่นมาดักรออู๋อินที่นี่เมื่อคืน เธอก็คงถูกเขาดักเจอจริง ๆ
แต่คืนนี้อู๋อินไม่ได้กลับมาที่นี่เลย เธอขะมักเขม้นทำงานอยู่ในไซต์ก่อสร้างอย่างลับ ๆ ตลอดทั้งคืน
เธอทำจนพอใจแล้วถึงค่อยปัดมือ เดินออกจากไซต์ก่อสร้างทั้งที่เหงื่อท่วมตัว จากนั้นก็หาที่ลับตาคนจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วไปกินอาหารเช้าก่อนกลับไปนั่งที่เดิมตรงตลาดสดที่เคยตั้งแผงเมื่อวาน
ตระกูลจ้าวให้ความสำคัญกับการที่ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตจ้าวอี๋มาเยี่ยมบ้านมาก ทานเจียอี้กับสามีจึงลางานจากบริษัทเป็นพิเศษเพื่ออยู่ต้อนรับที่บ้าน
พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองรู้เรื่องอู๋อินน้อยมาก ทานเจียอี้จึงโทรหาทานฉือ
“หมูอ้วนของบ้านฉันบอกว่านายรู้จักอู๋อินมาก่อน งั้นนายรู้ไหมว่าอู๋อินชอบกินอะไร ชอบรสชาติแบบไหน?” ทานเจียอี้ถาม
ทานฉือนึกถึงอาหารที่อู๋อินสั่งในร้านเล็ก ๆ วันนั้น “ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ แต่เธออาจจะชอบรสอ่อน ๆ”
“นายรู้จักเธอดีกว่าพวกเรา ตอนบ่ายมาถึงเร็วหน่อยนะ มาช่วยฉันต้อนรับเธอด้วย” ทานเจียอี้กำชับเป็นพิเศษ “อย่ามัวแต่ยุ่งจนลืมอีกล่ะ”
