“ใช่แล้ว” อู๋อินพยักหน้า
“ตอนนี้ไลฟ์กำลังฮิต เธอเปิดไลฟ์ผ่านมือถือแล้วทำนายดวงให้คนอื่นไม่ดีกว่าเหรอ แพลตฟอร์มหงอวี๋ไลฟ์มีพิธีกรไลฟ์สายลี้ลับอยู่คนหนึ่ง คนติดตามเยอะมาก” เหยียนหมิงเสนอ
อู๋อินรู้จักการไลฟ์อยู่แล้ว ตอนที่เธอตั้งแผงขายของในตลาดสดก็เห็นป้า ๆ ที่มาซื้อผักเลื่อนดูมือถือกัน แม้แต่ป้า ๆ ยังชอบดูไลฟ์เลย
“แต่ฉันไม่มีมือถือนี่สิ” อู๋อินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามอย่างจริงใจว่า “เงินร้อยสี่สิบหยวนซื้อมือถือมือสองเก่า ๆ ที่เปิดไลฟ์ได้ไหม”
เหยียนหมิงกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ยุคนี้เงินร้อยสี่สิบหยวนซื้อมือถือปุ่มกดยังไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับสมาร์ตโฟน ต่อให้เป็นมือสองก็ต้องเจ็ดแปดร้อยหยวนขึ้นไป”
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันก็ยังมีเงินไม่พอ” อู๋อินยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองจน
เหยียนหมิงกำลังจะบอกว่าเขาให้เธอยืมเงินได้ แต่ทานฉือกลับพูดขึ้นมาก่อน “เธอรังเกียจไหมถ้าจะไปที่ห้องทำงานของฉันก่อน”
อู๋อินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
ทานฉือพาอู๋อินไปทางเดินส่วนตัว พอถึงห้องทำงานก็ให้เลขานุการเอาขนมหวาน ชา และของว่างเข้ามา พอเลขานุการสาวเข้ามา เขาก็ชี้ไปทางอู๋อิน
แล้วบอกว่า “ไปห้างใกล้ ๆ ซื้อโทรศัพท์รุ่นล่าสุดมาสักเครื่อง ถามเธอด้วยว่าอยากได้สีอะไร แล้วก็ซื้อเสื้อผ้าที่เธอใส่ได้มาอีกสักหลายชุด ตั้งแต่หัวจรดเท้า”
พูดจบ ทานฉือก็ยื่นบัตรของตัวเองให้ “ใช้บัญชีส่วนตัวของฉัน รูดบัตรใบนี้”
อู๋อินคิดดูแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนก็เป็นของจำเป็นสำหรับเธอในตอนนี้ จึงไม่ได้ปฏิเสธ พอเลขานุการออกไปแล้ว เธอถึงพูดว่า “จดบิลไว้ให้ดีนะ ถือว่าฉันยืมเงินนาย พอฉันหาเงินได้แล้วจะคืนให้”
