“ถึงฉันจะยังไม่ได้กลับไปยืนยัน แต่ก็ไม่มีทางผิดหรอก” อู๋อินเหลือบมองเจียงหวายตง “ลูกชายของคุณอยู่ในค่ายกลของตึกสร้างไม่เสร็จในเขตพัฒนาใหม่ของเมืองเอส เขาอาศัยพลังหยินที่แม่ของเขาส่งมาให้ทุกวันหล่อเลี้ยงร่างกาย”
เจียงหวายตงกำลังจะถามว่าทำไมแม่ลูกถึงถูกแยกกันอยู่คนละที่ อยากถามด้วยว่าแฟนสาวกับลูกชายของเขาถูกฆ่าเพราะอะไร และยิ่งอยากรู้ว่าเสี่ยวหรานของเขาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานแบบไหนก่อนตาย ทำไมกลายเป็นผีแล้วยังพูดไม่ได้ กลายเป็นผีใบ้ไปได้อย่างไร
แต่เขาเพิ่งอ้าปาก ยังไม่ทันได้ส่งเสียง อู๋อินก็ลุกพรวดขึ้นมา หันไปทางซ้ายแล้วตวาด “ใคร! ออกมา!”
เจียงหวายตงสะดุ้ง เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่ามีใครเข้ามาใกล้
“คุณอู๋อินใช่ไหมครับ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากทางนั้น
ชายคนนั้นเองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง พวกเขาอยู่ห่างออกไปตั้งไกล ไม่นึกเลยว่าคนที่ฝึกฝนร่างกายมาอย่างพวกเขาจะถูกจับได้ง่ายขนาดนี้
“พวกคุณเป็นใคร” อู๋อินระแวดระวัง พลางเดินไปข้างหน้าสองก้าว
“พวกเราเป็นบอดี้การ์ดที่ประธานทานจ้างมาครับ ประธานทานไม่สะดวกเรื่องสุขภาพเลยไม่ได้ขึ้นเขามาด้วย ตอนนี้ท่านกับผู้ช่วยรออยู่ที่เชิงเขา” เมื่อสังเกตเห็นท่าทีระแวดระวังของอู๋อิน ชายคนนั้นก็รีบอธิบาย “คุณโทรไปยืนยันกับประธานทานเองได้ครับ”
“พวกคุณยืนอยู่ตรงนั้น ห้ามขยับ ฉันจะโทรถามก่อน” อู๋อินเก็บใบไม้จากพื้นขึ้นมาใบหนึ่ง แล้วส่งพลังชีวิตพุ่งไปข้างหน้า ใบไม้พุ่งไปปักเข้ากับลำต้นไม้ข้างชายหลายคนราวกับคมมีด “ก่อนที่ฉันจะอนุญาต ถ้ากล้าก้าวมาอีกก้าว ใบไม้จะปักตัวพวกคุณแทน!”
