จงซีหรานรีบหยิบปากกาขึ้นมา ก้มหน้าก้มตาเขียนประโยคนั้นลงในช่องว่างของบท
"คิดไม่ถึงว่าคุณฉีจะพูดประโยคที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจริง ๆ แบบนี้ออกมาได้"
พูดจบ จู่ ๆ เธอก็นึกถึงที่สวี่โย่วพูดไว้—ว่าเพื่อนของคุณต้องเคยแอบชอบใครมาก่อนแน่ ๆ มือที่ถือปากกาจึงชะงักไปเล็กน้อย
เธอถามคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกทางจิตใจอีกสองสามข้อ ฉีซือเหนียนก็ตอบไปทีละข้อ
เธอหนีบปากกาไว้ระหว่างนิ้วแล้วแกว่งไปมา มีเสียงดังเบา ๆ
เงียบไปครู่ใหญ่ ฉีซือเหนียนเอ่ยขึ้น "ถามเสร็จแล้วหรือ"
จงซีหรานกัดริมฝีปาก "พอแล้วล่ะ"
เธอแกว่งปากกาอีกสองที ทั้งที่พยายามกลั้นความอยากรู้ไว้สุดชีวิต แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากก็เผลอหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว
"คุณฉีเข้าใจขนาดนี้ เคยแอบชอบใครมาก่อนหรือเปล่า"
ฉีซือเหนียนมองเธอ
จงซีหรานรีบพูดทันที "ฉันไม่ได้คิดอะไร แค่เผลอถามออกไปเท่านั้นเอง คุณจะไม่ตอบก็ได้"
ไม่กี่วินาทีผ่านไป ฉีซือเหนียนยอมรับ "ใช่"
จงซีหรานสะเทือนไปเล็กน้อย หัวใจพลันรู้สึกเหมือนจมลงไปอย่างไม่รู้ตัว แต่เธอก็ฝืนใจดึงมันกลับมาได้
ฉีซือเหนียนถามเธอต่อ "ผมตอบคำถามคุณจงไปตั้งหลายข้อ คุณจงตอบผมสักข้อได้ไหม"
จงซีหรานพยักหน้า
ฉีซือเหนียนน้ำเสียงช้าลง "ในบท มีความรู้สึกส่วนตัวของคุณแฝงอยู่หรือเปล่า"
ดูท่าข่าวลือนั้นจะส่งผลกระทบถึงฉีซือเหนียนจริง ๆ
จงซีหรานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "บทประพันธ์มีที่มาจากประสบการณ์ของผู้สร้าง รายละเอียดย่อมมีอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวของผู้สร้างปนอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บทนี้ไม่ใช่ฉันเขียนเอง และฉันก็ยิ่งไม่คิดจงใจหวนนึกถึงเรื่องบางอย่างในอดีต คุณควรจะรู้ ฉันเป็นคนตรงไปตรงมาเสมอ"