เห็นทารกน้อยหน้าซีดเขียว ลมหายใจรวยริน
ซูยู่ไป๋ยื่นนิ้วแตะแก้มทารกน้อย อุณหภูมิร่างกายก็ต่ำมากเช่นกัน
เขาหลับตาลง พยายามข่มความคิดอยากฆ่าที่พลุ่งพล่านในใจอย่างสุดกำลัง
มือเอื้อมไปด้านหลังเอว หยิบกระบอกไม้ไผ่หยาบที่บรรจุน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษออกมาจากมิติอย่างระมัดระวัง ก่อนจะอุ้มทารกน้อยขึ้นมาอย่างเบามือ แล้วใช้นิ้วบีบปากเล็ก ๆ ของเด็กอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ตั้งใจจะป้อนน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษให้
หญิงตั้งครรภ์เห็นดังนั้นก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงว่า “ผู้มีพระคุณจะป้อนอะไรให้เขาเหรอคะ ให้ฉันทำเองไหม”
“ทำแบบนั้นเดี๋ยวเขาสำลักนะคะ”
ซูยู่ไป๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ขอบคุณนะ นี่เป็นน้ำโสม เด็กน้อยอาการแย่มาก ฉันกลัวว่าเขาจะไม่รอด!”
นับรวมทั้งสองชาติแล้ว เขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลทารกเลยสักนิด
เขาไม่ได้พกยาติดตัวมาด้วย จึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับน้ำจากบ่อน้ำพุวิเศษ
หญิงตั้งครรภ์รีบส่ายหน้า “คุณช่วยพวกเราไว้ พวกเราต่างหากที่ควรขอบคุณคุณ”
ที่จริงหลังพูดจบเมื่อครู่เธอก็รู้สึกเสียใจ เธอแค่ตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ กลัวว่าซูยู่ไป๋จะป้อนของเหลวอะไรที่ไม่รู้ที่มาให้เด็ก
อีกไม่นานเธอก็จะได้เป็นแม่แล้ว พอเห็นเด็กตัวเล็กแค่นี้ถูกทรมานจนมีสภาพเช่นนี้ เธอก็นึกถึงลูกของตัวเอง หากคลอดออกมาแล้วมีชะตากรรมแบบเดียวกัน แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็แทบอยากตาย
ตอนนี้เมื่อเห็นซูยู่ไป๋ไม่ได้แสดงความไม่พอใจแม้แต่น้อย เธอก็โล่งใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
จากนั้นเธอรับทารกน้อยกับกระบอกไม้ไผ่จากอ้อมแขนของซูยู่ไป๋ แล้วอมของเหลวไว้ในปากก่อนหนึ่งอึก
แต่ทันทีที่ “น้ำโสม” รสหวานชื่นไหลเข้าปาก น้ำลายของเธอก็เอ่อขึ้นมาราวกับไม่ต้องเสียเงิน
แทบจะเป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ ลำคอของเธอขยับกลืนลงไปครั้งหนึ่ง
หลังได้สติ หญิงตั้งครรภ์ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เธอพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ขอโทษนะคะผู้มีพระคุณ ฉันไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายชั่วโมงแล้ว...”
