หญิงสาวรูปร่างอวบอดถามไม่ได้ว่า “ผู้มีพระคุณ พวกเราขอทราบชื่อของคุณได้ไหม? แล้วจะไปหาคุณได้ที่ไหน?”
ซูยู่ไป๋จนใจ เขาเพิ่งนึกได้ แต่สองมือก็ไม่ว่างอยู่แล้ว ย่อมห้ามเด็กน้อยจอมซนไม่ได้
เขาว่างมือมาจิ้มแก้มเด็กน้อยเบา ๆ
จากนั้นจึงส่งเด็กให้หญิงตั้งครรภ์
“เดิมทีฉันก็แค่มาแก้แค้น พวกเราได้มาเจอกันถือเป็นเรื่องบังเอิญ”
หญิงตั้งครรภ์กับหญิงสาวรูปร่างอวบจนใจ ทำได้เพียงจ้องซูยู่ไป๋ตาไม่กะพริบ ราวกับอยากจดจำใบหน้าของเขาไว้ในใจ
เมื่อเห็นซูยู่ไป๋หันหลังจะเดินจากไป หญิงตั้งครรภ์ก็กัดฟันตะโกนเรียก “ผู้มีพระคุณ ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนดี คุณไม่อยากเปิดเผยตัวตนก็ไม่เป็นไร แต่บุญคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรา พวกเราจะไม่มีวันลืม!”
“ฉันชื่อเกาฮุ่ย มาประจำการกับกองทัพที่นี่ สามีฉันชื่อจินต้าเหนียน เป็นรองผู้บังคับกองพัน ผู้มีพระคุณมีเรื่องอะไรให้ช่วย ก็มาหาฉันได้เลย”
เธอเป็นคนใจเด็ด ก่อนซูยู่ไป๋จะมาถึง เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าจะสู้ตายไปพร้อมกับพวกค้ามนุษย์ ต่อให้ต้องตาย เธอก็ไม่มีวันยอมให้พวกมันสมหวัง
แต่เธอสงสารลูกที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก ยังไม่เคยเห็นหน้าพ่อ และยังไม่มีโอกาสได้เห็นโลกใบนี้
สำหรับแม่ลูกคู่นี้ ซูยู่ไป๋มีพระคุณช่วยชีวิต ราวกับให้ชีวิตใหม่แก่พวกเธอ!
ซูยู่ไป๋เดินจากไปโดยหันหลังให้พวกเธอ เขาก้าวยาว ๆ พลางโบกมือไปด้านหลัง ร่างค่อย ๆ เลือนหายไปในม่านหิมะ
.
บนทางแคบเล็กเลี้ยวลดหลังโรงเตาเผา ซึ่งถูกหิมะปกคลุมจนมิด
คนสามคนกำลังย่ำไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ก้าวหนึ่งลึกก้าวหนึ่งตื้น
“พี่เฉียง เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงกับทำให้พี่ต้องลงแรงขนาดนี้?”
คนแบกกระสอบถามพลางหอบหายใจ
หวังเอ้อเฉียงที่ห่อตัวมิดชิดแววตาวูบไหวด้วยความเหี้ยมเกรียม “เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม”
“ขะ...ขอโทษครับพี่เฉียง” คนถามก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วน ทว่าแววตากลับฉายความไม่พอใจวูบหนึ่ง
หญิงวัยกลางคนข้าง ๆ สวมเสื้อผ้าฝ้ายลายดอก โพกผ้าคลุมศีรษะสีเขียว เผยฟันเหลืองซี่โตพลางยิ้มช่วยไกล่เกลี่ย
“เหล่าลวี่ นายก็ช่างพูดไม่ดูตาม้าตาเรือจริง ๆ ที่บ้านช่วงนี้วุ่นวายจะตาย พี่เฉียงจะมีอารมณ์มาคุยเล่นกับนายได้ยังไง?”
