เจียงหลินมั่นใจว่าครั้งนี้ต้องชนะ!
เขาคิดว่าเวินอวี่ซื้อนาฬิกาให้โจวอวี่ ก็แปลว่าเธอยังรักเขาอยู่ไม่ใช่หรือ?
นาฬิการุ่นนั้น เมื่อก่อนเธอเคยนับเงินเก็บทีละนิ้ว บอกว่าถ้าเก็บได้ครบสามล้านเมื่อไร จะซื้อมอบให้เขาเป็น “คำสัญญาแห่งกาลเวลา”
แต่ตอนนี้เธอกลับซื้อมัน แล้วสวมไว้บนข้อมือของโจวอวี่ ไอ้เศษสวะคนนั้น
ยิ่งพิสูจน์ว่าในใจเธอไม่เคยปล่อยวางเรื่องนี้ พิสูจน์ว่าเขาทำร้ายเธอจนเจ็บหนัก หนักถึงขั้นต้องทำลายตัวเองเพื่อระบายความรู้สึก
ใช้การแต่งงานประชดประชัน เอาทั้งชีวิตมาเป็นเรื่องล้อเล่น...
เวินอวี่ยังรักเขา
รักจนเจ็บปวด
รักจนเสียสติ รักจนต้องทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา ทำให้เขาเจ็บปวดและเสียใจ
เธอหย่าแล้วกลับมาหาเขา ก็แค่เขาพูดจาอ่อนหวานสักหน่อย จากนั้นส่งเค้กชิ้นเล็ก ๆ ไปให้ หรือใส่ใจทำอะไรสักอย่าง ถักสร้อยข้อมือหรือทำกิ๊บติดผมสักชิ้นมอบให้ เธอก็คงซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก
เมื่อก่อนเขาก็ใช้วิธีนี้ปลอบเธอเหมือนกัน
……
เวินอวี่ซื้อนาฬิกาเสร็จก็กลับบ้าน
เธอไม่ได้บอกเจียงจิ้นล่วงหน้าทางโทรศัพท์ ตั้งใจจะรอให้เขากลับบ้านแล้วค่อยมอบให้ต่อหน้า
ส่วนหมิงเยว่ยังเที่ยวอยู่ที่สวนสัตว์ เสียงร้องด้วยความตื่นเต้นของเธอดังแว่วมาถึงเป็นระยะ
ปกติเวินอวี่ชอบทำอาหารอยู่แล้ว แถมฝีมือยังดีมาก เธอจึงเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น
ราชอาณาจักรจี๋หนาน ท่าเรือวั่งเจีย
รถออฟโรดสีดำแล่นทับถนนหินที่เปียกฝนจนกลายเป็นสีเข้ม สองข้างทางเรียงรายด้วยอาคารแถวสไตล์อังกฤษและธนาคารเก่าแก่ ผนังเก่าคร่ำครึปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์
อากาศร้อนชื้นไหลทะลักเข้ามาทางกระจกรถที่เลื่อนลงครึ่งบาน
เจียงจิ้นนั่งอยู่เบาะหลัง กระจกหน้าต่างลดลงครึ่งหนึ่ง เขากำลังคุยโทรศัพท์ “ครับ ใช้วัสดุชิ้นที่ผมส่งไปให้ กลไกภายในทำตามแบบ หน้าปัดทำให้เรียบง่ายที่สุด หลักชั่วโมงฝังเพชรที่ผมเอาไปให้ ส่วนด้านหลังเว้นที่ไว้สำหรับสลักข้อความ”
